เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ร่วมกับบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย จัดกิจกรรมตามรอย “ละโว้พระนารายณ์ กับลพบุรีสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม” วิทยากรโดย ศ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ , อ.สมฤทธิ์ ลือชัย, รศ.ชาตรี ประกิตนนทการ, ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ และ อ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเดินทางคึกคักอย่างมาก โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกว่า 70 ราย พร้อมใจแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดไทยและชุดที่ตัดเย็บด้วยผ้าพื้นเมืองในอุษาคเนย์ หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในช่วงเช้า คณะเดินทางได้เข้าชม “ประตูเพนียด” ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายในค่ายสมเด็จพระนารายณ์ฯ
ศ.ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ นัดประวัติศาสตร์ชื่อดัง อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เอกสารฝรั่งเศสทำให้เรามีข้อมูลมากมาย จึงทราบว่านี่คือประตูเมืองที่ยังเหลืออยู่ เรียกกว่าประตูเพนียด อยู่ทางตะวันออกของละโว้
“ประตูนี้เมื่อออกไปข้างนอกเป็นเพนียดคล้องช้าง ตอนเชอวาลิเยร์ เดอ โชมองต์ ทูตฝรั่งเศสมาลพบุรีก็ได้เดินทางมาที่นี่ ผมดีใจที่ประตูนี้ยังเหลืออยู่ แปลว่ากำแพงเมืองละโว้ยุคพระนารายณ์ออกมาถึงนี่ ถัดไปคือทะเลชุบศร จุดประหารชีวิตฟอลคอน บริเวณใกล้ๆ เป็นที่พักน้ำก่อนชักน้ำเข้าวังนารายณ์ด้วย”
อ.สมฤทธิ์ ลือชัย นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า ลพบุรี มีคนอยู่อาศัยมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เรื่อยมาจนสมัยทวารวดีโดยพบเหรียญระบุนาม “ลวปุระ” ต่อมายังพบจารึกขอม ตั้งแต่พระเจ้าชัยวรมันที่ 4, พระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และพระเจ้าชัยวรมันที่ 7
“เมืองนี้เก่าถึงยุคทวารวดี จริงๆ แล้วก่อนประวัติศาสตร์ก็มีคนอยู่แล้ว สำหรับขอมเรียกเมืองนี้ว่าละโว้ ที่นี่คือเซฟเฮาส์สำหรับพระบรมวงศานุวงศ์อยุธยาก่อนไปรวมกันที่พิมายช่วงกรุงแตกเพราะลพบุรีไม่ถูกอังวะรบกวน” อ.สมฤทธิ์กล่าว
ผศ.ดร. ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.รังสิต กล่าวว่า เมืองลพบุรีมีกำแพง 2 แนว แนวแรกอยู่ใกล้ศาลพระกาฬ คาดว่ายุคพระนารายณ์มีการขยายพื้นที่อีก เมืองนี้มีกำแพงแข็งแกร่ง กองทัพพม่าไม่มาแตะต้องลพบุรีเลย เชื่อว่าอาจแข็งแกร่งเกินกว่าจะเสียเวลาตี จึงเป็นเมืองที่ปลอดภัย
รศ.ชาตรี ประกิตนนทการ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร กล่าวถึงลักษณะทางสถาปัตยกรรมของประตูเพนียดซึ่งมีโค้งยอดแหลมที่เรียกว่า “pointed arch” แบบกอธิค อันนำมาสู่ข้อถกเถียงว่าไทยรับอิทธิพลมาจากฝรั่งเศสหรือเปอร์เซียกันแน่ อย่างไรก็ตาม ในยุคหลังมีแนวโน้มเชื่อว่ารับจากอิหร่าน หรือเปอร์เซียมากกว่าฝรั่งเศส เนื่องจากในยุคร่วมสมัยกับพระนารายณ์ฯ ความนิยมโค้งยอดแหลมในยุโรปเสื่อมลงไปแล้ว ในขณะที่ในเปอร์เซียยังได้รับความนิยม


