จากเหตุการณ์ระทึก และประชาชนคนไทยทั้งประเทศต่างเอาใจช่วย น้องๆ ทีมฟุตบอล ทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ทั้ง 12 คน พร้อมโค้ชผู้ฝึกสอน รวม 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง เขตวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา
ซึ่งหลายหน่วยงานในประเทศ ทั้งภาครัฐ เอกชน และจิตอาสา ต่างระดมสรรพกำลัง เทคโนโลยี และหุ่นยนต์ เข้าไปช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต เพื่อให้อยู่รอดปลอดภัย
ไม่เพียงแค่ในประเทศเท่านั้น ความช่วยเหลือจากต่างประเทศ อาทิ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย จีน ลาว พม่า เป็นต้น หลั่งไหลเข้ามา ทั้งผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และอุปกรณ์ที่ทันสมัย ถูกระดมเข้ามาในปฏิบัติการช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
ในที่สุด คนไทยทั้งประเทศและทั่วทั้งโลก ต่างแสดงความยินดีกับ ข่าวดี เมื่อทีมกู้ภัยที่นำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสำรวจถ้ำจากอังกฤษ 3 ราย ได้พบกับน้องๆ ทีมหมูป่า และโค้ช ในวันที่ 10 ของปฏิบัติการค้นหา
เทคโนโลยีหุ่นยนต์ จึงเป็นหนึ่งในทางเลือก ที่หลายภาคส่วนนำมาประยุกต์เพื่อใช้ในปฏิบัติการครั้งนี้
หุ่นยนต์ มีประโยชน์อย่างไร??
หุ่นยนต์คือเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่กำลังเติบโตอย่างมากในปัจจุบัน
และมีความเป็นไปได้สูงว่าในอนาคต หุ่นยนต์จะเป็นทางเลือกหนึ่ง ที่ผู้ประกอบการเลือกใช้งานแทนการจ้างคนงาน
อีกทั้ง จากข้อมูลของสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (IFR) คาดการณ์อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ทั่วโลกจะมีอัตราการเติบโตของหุ่นยนต์ใหม่ ในช่วงปี 2018-2020 เพิ่มขึ้นปีละ 15%
สำหรับไทย นับเป็นผู้นำอันดับ 1 ในอาเซียน ที่ใช้หุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรมมากที่สุด จากการเติบโตนี้ แสดงให้เห็นถึงการยอมรับ และความต้องการใช้หุ่นยนต์เป็นตัวช่วยในภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ทำให้ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (พีไอเอ็ม) จัดตั้ง สาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยมีวิชา การออกแบบ Robot Gripper ซึ่งเป็นวิชาเฉพาะทาง เปิดสอนที่พีไอเอ็มเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
การเรียนสาขาวิชานี้ ผู้เรียนจะเกิดความเชี่ยวชาญ สามารถประยุกต์ทักษะ ผลิตชิ้นงานที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีวิชาระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในการผลิต และวิชาการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง (Internet of Things : IoT) และการเชื่อมต่อระบบ Cloud
ไม่เพียงความรู้ในภาคทฤษฎีเท่านั้น ผู้เรียนจะต้องเรียนควบคู่กับการฝึกปฏิบัติงานจริง (Work-based Education) เพื่อสร้างบัณฑิตที่พร้อมทำงาน (Ready to Work) เน้นให้มีทักษะความรู้ และสามารถปฏิบัติงานจริงได้ทันทีหลังจบการศึกษา
รศ.พิสิษฐ์ ชาญเกียรติก้อง คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า พีไอเอ็ม เล็งเห็นความต้องการด้านตลาดแรงงานในอนาคต จึงเปิดหลักสูตรการออกแบบ Robot Gripper ขึ้นเป็นแห่งเเรกในประเทศไทย โดยเปิดสอนมาได้ 2 ปีแล้ว และรับนักศึกษาเพียง 50 คนเท่านั้น ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง และมีสาขาวิชานี้ มีกระแสตอบรับที่ดี นักเรียนสนใจสมัครเรียนจำนวนมาก คาดว่าปีหน้า พีไอเอ็มอาจจะรับนักศึกษาเพิ่มขึ้น
พีไอเอ็มมั่นใจว่าจะผลิตบัณฑิตที่มีความเชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ด้วยการสร้าง System Integrator (SI) โดยผู้เรียนสามารถออกแบบ และวางระบบ Robotics รวมถึง วิเคราะห์ได้ว่าสามารถใช้เทคโนโลยีมาเสริมสร้างการทำงานให้เกิดประสิทธิผล และเป็นนักวิจัยพัฒนาด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์ขั้นสูง รศ.พิสิษฐ์กล่าว
รศ.พิสิษฐ์กล่าวอีกว่า เพื่อการผลิตบัณฑิตที่เพียบพร้อมทั้งความรู้ และความสามารถในการปฏิบัติงานได้จริง พีไอเอ็มได้จัดตั้ง ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (iCRAS) โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร ทั้งในและต่างประเทศกว่า 70 แห่ง ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำของโลกในภาคอุตสาหกรรม จึงสามารถรวบรวมหุ่นยนต์ที่ใช้งานจริงได้อย่างครบถ้วน หลากหลาย รวมถึง เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดในขณะนี้ เพื่อใช้เป็นสื่อการสอน เน้นการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมกับโรโบติกส์และดิจิทัลเทคโนโลยี
พีไอเอ็มนำเข้าหุ่นยนต์เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้ประกอบการเรียนการสอน เช่น Collaborative Robots (Cobot) หุ่นยนต์ที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้ มีลักษณะเป็นแขนกล ในภาคอุตสาหกรรมถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ และพีไอเอ็มเป็นสถาบันการศึกษาแรกที่นำหุ่นยนต์ดังกล่าวมาใช้ในการเรียนการสอน
หุ่นยนต์ ABB รุ่น IRB-6700 แขนหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สุดในสถานศึกษาของไทย ยกของหนักได้ถึง 180 กิโลกรัม รองรับการใช้งานขนาดใหญ่ได้ เช่น การหยิบ และจัดเรียงลังสินค้าพาลเลท (Palletizing)
หุ่นยนต์ ABB รุ่น IRB-120 ขาหุ่นยนต์อุตสาหกรรมขนาดเล็ก ใช้งานด้านประกอบชิ้นส่วนขนาดเล็ก
หรือ หุ่นยนต์ ABB รุ่น IRB-1400 หรือ YuMi เป็นสื่อการสอนที่ใช้งานและวิจัย เป็นหุ่นยนต์สองแขน มีมือจับที่หลากหลาย สามารถใช้งานด้านการประกอบชิ้นส่วนขนาดเล็ก และสามารถทำงานร่วมกับมนุษย์เสมือนมีคนช่วยงาน

ภายในศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติแห่งนี้ ยังได้แบ่งห้องปฏิบัติการออกเป็น 5 ห้อง ดังนี้
1.ห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์อุตสาหกรรม (Industrial Robotics Laboratory) สำหรับการเรียนรู้ ทดลอง และทดสอบการทำงานระบบหุ่นยนต์ที่ใช้ในงานอุตสาหกรรมยุคใหม่
2.ห้องปฏิบัติการระบบอัตโนมัติ (Automation Systems Laboratory) ห้องปฏิบัติการกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมด้วยระบบอัตโนมัติ
3.ห้องปฏิบัติการระบบไซเบอร์ฟิสิกส์ (Cyber Physical Systems Laboratory) ห้องปฏิบัติการสำหรับระบบไซเบอร์กายภาพ
4.พื้นที่สร้างสรรค์งานนวัตกรรม (Co-Creation Space) พื้นที่สำหรับรองรับไลฟ์สไตล์การทำงานของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะธุรกิจสตาร์ตอัพ
5.ห้องปฏิบัติการเครื่องสร้างต้นแบบและซีเอ็นซี (Rapid Prototyping and CNC Laboratory) ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบงานอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม รศ.พิสิษฐ์ยังให้ข้อแนะนำเกี่ยวกับการนำหุ่นยนต์มาใช้ในภาคอุตสาหกรรมด้วยว่า ต้องคำนึงถึงความเหมาะสม ต้องเอื้อประโยชน์ต่อมนุษย์ และภาคธุรกิจอย่างสมดุล

อีกทั้ง หุ่นยนต์จะทำงานหรือเคลื่อนที่ได้ ต้องอาศัยทักษะและความรู้จากคน เราจึงต้องเตรียมพร้อมเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยการประยุกต์ใช้หุ่นยนต์ในจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือมนุษย์ในการทำงาน สูตร 3D เพื่อให้นักศึกษาเกิดความรู้ความเข้าใจ รศ.พิสิษฐ์กล่าว
สำหรับ หลักการทำงานสูตร 3D ประกอบด้วย Dirty job หุ่นยนต์สามารถทำงานที่มีความยากลำบาก ไม่สะอาด แม้แต่สามารถสัมผัสของที่มีพิษ มีเชื้อโรคได้ ช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อสุขภาพมนุษย์ Difficult job หุ่นยนต์มีความสามารถทำงานในจุดที่ยากต่อการเข้าถึง มีความแม่นยำในการทำงาน และ Dangerous job หุ่นยนต์สามารถทำงานที่อันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจับโลหะร้อน สัมผัสรังสีสารเคมีที่อาจส่งผลถึงชีวิตมนุษย์
โดยหุ่นยนต์จะเข้ามาช่วยลดภาระและความเสี่ยงของมนุษย์ ลดการเสี่ยงภัยและอุบัติเหตุต่อมนุษย์ ที่จะเกิดขึ้นในการทำงาน

นายอัครวินทร์ กุลแก้ว นักศึกษาคณะวิศวกรรม สาขาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เล่าว่า เหตุผลที่เลือกเรียนสถาบันแห่งนี้ คือเป็นคนที่ชอบ และเล่นหุ่นยนต์มาตั้งแต่ชั้น ม.1 เมื่อถึงชั้น ม.6 ตอนเลือกเข้ามหาวิทยาลัย จึงอยากจะเรียนต่อในด้านนี้ อีกทั้ง ชอบปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี
พีไอเอ็ม เป็นสถาบันที่มีวิธีการสอนไม่เหมือนสถาบันอื่น คือให้นักศึกษาลงมือทำตั้งแต่ปี 1 มองว่าในอนาคต เราสามารถเข้าไปฝึกงานกับบริษัทใหญ่ที่ได้ประสบการณ์ ได้ความรู้ในการทำงานมากกว่าคนอื่น นายอัครวินทร์กล่าว

ด้าน นายพรประสิทธิ์ ศุกมล นักศึกษาคณะวิศวกรรม สาขาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ กล่าวว่า ชอบหุ่นยนต์อยู่แล้ว ได้แข่งหุ่นยนต์มาตั้งแต่ชั้น ม.1 ถึง ม.6 และคิดว่าตนไม่ถนัดในด้านวิชาการ ที่เลือกเรียนสาขานี้ มองว่างานในปัจจุบัน และอนาคต หุ่นยนต์จะมีความแพร่หลายและเป็นที่ต้องการของตลาดมาก อีกทั้งตลาดแรงงานในอนาคตต้องการวิศวกรที่มีความสามารถในการควบคุมหุ่นยนต์ จึงเลือกเรียนในสถาบันแห่งนี้ เพราะคิดว่าจบมา อาชีพวิศวกรควบคุมหุ่นยนต์จะมีความต้องการในตลาดแรงงานจำนวนมาก
นับเป็นอีกความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการศึกษาของประเทศไทย ที่มีสาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ พร้อมจัดตั้ง ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อรองรับอาชีพแห่งอนาคต ทำให้เด็กไทยมีอนาคตก้าวไกลไปอีกขั้น




