ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุน กสศ.ว่า เป็นการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการบริหารกองทุน กสศ. ที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง โดยพิจารณาแผนแม่บทระยะ 5 ปีของกองทุน และแผนการปฏิบัติการปีงบประมาณ 2561 ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้จัดสรรจากงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน ขณะที่งบประมาณปี 2562 คณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการตามขั้นตอนคำขอแปรญัตติเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2562
“90% ของงบประมาณที่ได้มาจะส่งตรงไปยังกลุ่มเป้าหมาย โดยในปีงบประมาณ 2561-2562 นี้กองทุนจะเน้นช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และด้อยโอกาสที่ยังไม่มีหน่วยงานใดดูแลและกลุ่มเป้าหมายที่ยังได้รับการดูแลไม่เพียงพอกับความจำเป็นพื้นฐานในปัจจุบัน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 2.9 ล้านคน กลุ่มเด็กแรกเกิดถึง 3 ปี จำนวน 154,000 คน, กลุ่มเด็กอนุบาล/ม.ปลาย ปวช. จำนวน 35,000 คน, กลุ่มนักเรียนประถม-มัธยมต้น จำนวน 1,400,000 คน, กลุ่มเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสนอกระบบการศึกษา จำนวน 100,000 คน, กลุ่มวัยแรงงาน จำนวน 30,000 คน และครูที่ดูแลนักเรียนด้อยโอกาสและครูนอกระบบการศึกษา 5,600 คน” ดร.ประสารกล่าว
ดร.ประสารกล่าวว่า คณะกรรมการบริหารกองทุน กสศ. ให้ความสำคัญในเรื่องการดำเนินงานที่ต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ เน้นบูรณาการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ให้ซ้ำซ้อน มีบทบาทเป็นคานงัด ร่วมมือกับหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคีภาคส่วนต่างๆ และมุ่งใช้ความรู้นำ โดยเดินหน้าจัดทำฐานข้อมูล Big Data และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เชื่อมโยงระดับประเทศ เพื่อสนับสนุนการคัดกรอง ชี้เป้าหมายตรงจุด และติดตามกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และทั่วถึงประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างเต็มที่ ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปเชิงนโยบายได้สำเร็จ ลักษณะงานเช่นนี้ ระยะแรกกองทุนอาจไม่ต้องใช้งบประมาณมากนัก
ดร.ประสารกล่าวว่า เรื่องงบประมาณนั้นไม่ใช่ข้อจำกัดใหญ่ สามารถเริ่มต่อไปได้เมื่อระบบอยู่ตัว และขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นของรัฐบาลด้วย กองทุนต้องจัดลำดับความสำคัญในการทำงาน โดยเดือนสิงหาคมจะจัดประชุมเพื่อรับฟังความเห็น การกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินงานตามมาตรา 23 จากประชาชน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทุกภาคส่วนทั้งในระดับพื้นที่และนโยบาย โดยเฉพาะในประเด็น ร่างระเบียบคณะกรรมการบริหารกองทุน กสศ.ว่าด้วยหลักเกณฑ์การเผยแพร่เป้าหมาย ตัวชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงาน และการบริหารกองทุน รายรับ รายจ่าย รวมทั้งผลผลิต ผลลัพธ์ และความคุ้มค่าที่เกิดขึ้นจากการใช้จ่ายเงินของกองทุน
ประธานกรรมการบริหารกองทุน กสศ. กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องการออกระเบียบเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการตรวจสอบข้อมูล และการช่วยเหลือเด็กปฐมวัย เด็กและเยาวชนซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์หรือด้อยโอกาส ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผู้ด้อยโอกาส ครอบครัวที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และครู ซึ่งจะต้องมีความรัดกุม มีหลักฐานแสดงตัวตน การอ้างอิงเกณฑ์ความยากจน ที่ทำให้การช่วยเหลือ สนับสนุนของกองทุน กสศ. มีประสิทธิภาพ ไม่ซ้ำซ้อน รวมถึงการออกระเบียบหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและลำดับความสำคัญในการจัดสรรเงินกองทุน เพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 5 โดยจะจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นใน 4 จังหวัด 4 ภูมิภาค ได้แก่ สุรินทร์ สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร และผ่านทางเว็บไซต์ของกองทุน กสศ. ที่ www.eef.or.th

