จากกรณีที่ น.ส.ประสบสุข เชียงเชาว์ไว พนักงานธนาคารกรุงศรีอยุธยา เข้าร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวว่า นายปวริศ หรือเปา รับสิต อายุ 19 ปี บุตรชาย ซึ่งศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)กรุงเทพ ถูกรุ่นพี่ชั้นปีที่ 3 คณะเดียวกันสั่งทำโทษในลักษณะการธำรงวินัยแบบทหารและทำร้ายร่างกายด้วยการชกต่อยจนมีอาการม้ามแตกต้องเข้ารับการผ่าตัดและนอนรักษาตัวที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า โดยน.ส.ประสบสุข ได้เดินทางไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ทำร้ายร่างกายบุตรชายแล้ว ขณะที่ทางมทร.กรุงเทพ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และเตรียมลงโทษนักศึกษาชั้นปีที่ 3 กลุ่มดังกล่าว โดยหนึ่งในนักศึกษาที่เข้าทำร้ายนักศึกษาปีที่ 2 เคยถูกรีไทร์หรือให้ออกจากมหาวิทยาลัยแล้ว แต่มหาวิทยาลัยรับกลับเข้ามาเรียนใหม่ แต่ไม่เคยมาเรียนจนระบบทะเบียบแจ้งว่า หมดสิทธิสอบ จนกระทั่งก่อเหตุทำร้ายร่างการนักศึกษารุ่นน้องนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นายขจร จิตสุขุมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นคดีอาญาเพราะมีการทำร้ายร่างกาย ให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยต้องเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนขั้นตอนการลงโทษนักศึกษานั้น โดยหลักการมหาวิทยาลัยจะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ให้ได้ข้อสรุปก่อนดำเนินการลงโทษ แต่กรณีที่มีความผิดชัดเจน และรู้ตัวผู้กระทำความผิด ไม่จำเป็นต้องสอบ ควรจะดำเนินการโดยเร็ว จะช้าไม่ได้ เพราะถ้ารอผลสอบข้อเท็จจริงและสั่งลงโทษนักศึกษาจะใช้เวลานานเกินไป ส่วนโดยหลักการมหาวิทยาลัยควรสั่งลงโทษนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ที่ทำร้ายรุ่นน้องอย่างไรนั้น เป็นอำนาจของอธิการบดีที่ต้องตัดสินใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า หนึ่งในรุ่นพี่ ปี 3 ที่ทำร้ายนักศึกษาเคยถูกรีไทร์ และไม่มาเรียน มหาวิทยาลัยต้องมีมาตรการในการรับนักศึกษากลุ่มนี้กลับเข้ามาเรียนหรือไม่ นายขจร กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)กระจายอำนาจ การรับนักศึกษาไปยังมหาวิทยาลัยต่าง ๆ แล้ว ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้ ดังนั้นมหาวิทยาลัยจะต้องคัดกรองให้ดี อธิการบดีจะต้องดูแล

