นายชลำ อรรถธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการเบื้องต้น หัวข้อ “Weaving together futures thinking, innovation and strategy to support effective teaching” สำหรับผู้บริหารและคณะกรรมการสถานศึกษาเอกชน จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการสถานศึกษาเอกชน (สช.) หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ และ Auckland University of Technology (AUT) มี มร.ปีเตอร์ ไรเดอร์ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัคราชทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย เป็นประธานเปิดการประชุม ที่โรงแรม เอส.ดี.อเวนิว กรุงเทพ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุค 4.0 ที่กำลังปรับเปลี่ยนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม เราต้องเตรียมกำลังคน และความพร้อมนักเรียน นักศึกษาให้มีทักษะในการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 คือ 3R8C เน้นทักษะความเชี่ยวชาญ ด้านองค์ความรู้ และสมรรถนะที่เกิดกับตัวผู้เรียน เพื่อใช้ในการดำรงชีวิตในสังคมแห่งความเปลี่ยนแปลง

“สถานศึกษาเอกชนในฐานะผู้ให้บริการด้านการศึกษาจึงต้องปรับตัวให้เข้าสู่สังคมยุคใหม่ และการเรียนรู้เพื่ออนาคต ที่นอกจากศึกษาองค์ความรู้ที่มีอยู่ภายในประเทศแล้ว ควรศึกษาองค์ความรู้ และนวัตกรรมที่ทันสมัยจากต่างประเทศด้วย” นายชลำ กล่าว
ดร.ฮาเวิร์ด ยังส์ วิทยากรอาวุโส หลักสูตรการเป็นผู้นำสถานศึกษาจาก Auckland University of Technology (AUT) กล่าวว่า การเรียนรู้สู่ภาวะความเป็นผู้นำ เป็นการพัฒนาความคิดและนวัตกรรมร่วมกันเพื่ออนาคต สนับสนุนการสอนที่มีประสิทธิภาพมุ่งเน้นไปที่การคิดเชิงนวัตกรรม สร้างความเป็นผู้นำด้านการเรียนการสอน รวมถึง การจัดการเชิงกลยุทธ์ ซึ่งจากการวิจัยความเป็นผู้นำด้านการศึกษาจากทั่วโลกแสดงให้เห็นว่า ผู้นำ และกรรมการสถานศึกษาที่ดี จะต้องเปิดใจ และเคารพต่อการเรียนรู้ การปฏิรูปหรือการพัฒนาด้านการศึกษาเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะสนับสนุน และปรับปรุงการเรียนรู้ของนักเรียนได้ เพราะครู และตำราเรียนในโรงเรียน ไม่ได้เป็นแหล่งความรู้เพียงอย่างเดียวที่นักเรียนจะหาความรู้ได้ นักเรียนส่วนใหญ่สามารถเข้าถึงการเชื่อมต่อข้อมูลได้จากทั่วโลกแล้ว
“ผู้บริหารโรงเรียนจะต้องเปิดโอกาสให้ครู และนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการคิดเพื่ออนาคต และการเรียนรู้ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ บนพื้นฐานของสิ่งแวดล้อมที่ตัวเองมีอยู่ ก่อนจะนำมาพัฒนาชุมชน และอาชีพของพวกเขาในอนาคต ทั้งนี้ผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องเรียนรู้ในสิ่งที่นักเรียนต้องการ เปิดใจยอมรับในการเรียนรู้ไปพร้อมกับครูผู้สอนด้วย เพื่อกระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น” ดร.ฮาเวิร์ด ยังส์ กล่าว
ดร.ฮาเวิร์ด ยังส์ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้บริหารส่วนใหญ่ในประเทศนิวซีแลนด์ จะมีระบบการประเมินผลครูอย่างเคร่งครัด ร่วมกับการประกันคุณภาพด้านการศึกษา โดยให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ของนักเรียนเป็นสำคัญ พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้อย่างมืออาชีพของครู พัฒนานโยบายต่างๆ ให้เอื้อต่อการทำงานร่วมกันของครู และสถานศึกษา เพื่อให้แน่ใจว่าสถานศึกษาจะมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ และนักเรียนจะได้รับเงื่อนไขที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ ซึ่งทักษะ 3R8C ที่ผู้บริหารด้านการศึกษาในศตวรรษที่ 21 จะต้องเตรียมความพร้อมให้นักเรียน รับนโยบาย Thailand 4.0 ได้แก่ อ่านออก เขียนได้ มีทักษะในการคำนวณ มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาได้ คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดเชิงนวัตกรรม ให้ความร่วมมือในการทำงานเป็นทีมมีภาวะผู้นำ มีทักษะในการสื่อสาร และรู้เท่าทันสื่อ มีความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และรู้เท่าทันเทคโนโลยี มีทักษะทางอาชีพ และกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ มีคุณธรรม มีเมตตากรุณา มีระเบียบวินัย ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่ผู้บริหารโรงเรียนจะต้องมีเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีต่อนักเรียนได้ศึกษาอย่างลึกซึ้ง



