เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม นายอดิศร เนาวนนท์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏ(มรภ.)นครราชสีมา เปิดเผยถึงกรณีที่นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) อยากให้มีการแก้ไขปัญหาขาดแคลนครูอย่างเป็นรูปธรรมขึ้น โดยรัฐมนตรีว่าการ ศธ.กำลังศึกษารายละเอียดในนโยบายหนึ่งที่ระบุว่า ครูประถมศึกษากำหนดให้เป็นครูรายวิชาทั้งหมด หรือเป็นครูประจำชั้นว่า ตนเห็นด้วยกับรัฐมนตรีว่าการศธ.เป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการขาดครู โดยเฉพาะกับโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็กที่มีมากกว่า 15,000 คน กระจายอยู่ทั่วประเทศแล้ว ระบบครูประจำชั้นยังสอดคล้องกับการจัดการเรียนการสอนเป็นหน่วยการเรียนรู้ ที่มีจุดเน้นเรื่องการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ตามหลักสูตรอิงมาตรฐานที่ประเทศไทยนำมาใช้ตั้งแต่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 จนถึงปัจจุบันคือ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 และหลักสูตรฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560 นอกจากนี้ระบบครูประจำชั้น ยังมีข้อดีที่ครูประจำชั้นจะสามารถเฝ้าติดตาม ส่งเสริมพัฒนาการตามความถนัดของผู้เรียนได้มากกว่าการที่ครูแยกสอนเป็นรายวิชา
“ที่ผ่านมาวิทยาลัยครูหรือมหาวิทยาลัยที่ผลิตครู ก็ผลิตครูวิชาเอกประถมศึกษาที่สามารถตอบโจทย์นี้ได้ มหาวิทยาลัยบางแห่งเปิดสอนสาขาการประถมศึกษาถึงระดับปริญญาโท ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่ได้เลิกผลิตครูวิชาเอกประถมศึกษา มีเพียงไม่กี่แห่งที่ยังผลิตอยู่ ทั้งนี้เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ซึ่งเป็นหน่วยใช้ครูมากที่สุด ไปเปิดรับสมัครครูรายวิชาเอก ตามหลักสูตรที่แบ่งเป็นกลุ่มสาระ 8 กลุ่มสาระ จึงทำให้หน่วยผลิตต้องผลิตครูตามสาขาวิชา” นายอดิศร กล่าว
นายอดิศร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเพื่อให้การผลิตครูประจำชั้นหรือครูประถมศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ ตนเห็นว่าสิ่งที่รัฐมนตรีว่าการศธ.ควรจะทำควบคู่กันไปคือ การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจำแนกตามระดับและประเภท เช่น ครูปฐมวัย ครูประถมศึกษา ครูมัธยมศึกษา และครูอาชีวศึกษา เพราะการสอนเด็กแต่ละระดับมีความแตกต่างกันทั้งด้านหลักสูตร วิธีการสอน หลักจิตวิทยา เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอันจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงแก่นักเรียนต่อไป

