ส่อง.. ‘ลูกศิษย์’ เบี้ยวหนี้ กยศ. ‘กินหรู อยู่แพง’ แต่ ‘ไร้สำนึก’??

29.07.18 | 11:35 น.

กลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Tikky CM Peož ได้บอกเล่าเรื่องราวของ ”ครูวิภา”Ž ผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร ที่เอาตัวเองไปค้ำประกันร่วมให้กับ “ลูกศิษย์”Ž 60 กว่าราย เพื่อให้ลูกศิษย์ได้กู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

ในจำนวนนี้เกือบครึ่ง เมื่อเรียนจบ มีงานทำ มีรายได้ และบางรายมีกิจการส่วนตัว กลับไม่ยอมนำเงินไปจ่ายหนี้ กยศ. ทำให้ครูวิภาต้องรับภาระหนี้แทนลูกศิษย์นับล้านบาท

แม้ครูวิภาจะทยอยใช้หนี้แทนลูกศิษย์ไปแล้ว 3 ใน 4 ราย จากที่มีหมายศาลบังคับคดีเร่งให้ชำระหนี้แทนลูกศิษย์กว่า 9 หมื่นบาท ครูวิภาก็ได้รับคำสั่งศาลบังคับคดีให้เร่งชำระเงินกู้ของลูกศิษย์รายที่ 4 แต่มาพร้อมกับการบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์ ทั้งบ้านและโฉนดที่ดิน

หลังเกิดการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างหนักในโซเชียลมีเดีย ครูวิภา หรือ น.ส.วิภา บานเย็น ผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร จึงได้เปิดตัวและเปิดใจแถลงรายละเอียด ว่าในช่วงที่รับราชการครูในโรงเรียนประจำตำบลแห่งหนึ่งใน จ.กำแพงเพชร และเป็นช่วงที่กองทุน กยศ.เพิ่งเปิดตัวใหม่ๆ ทำให้นักเรียนในโรงเรียนยื่นขอกู้ยืมจำนวนมาก เนื่องจากส่วนใหญ่มีฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี

ในฐานะครูประจำชั้น จึงเซ็นค้ำประกันร่วมกับผู้ค้ำอื่นๆ ที่เป็นพ่อแม่ หรือญาติพี่น้องของผู้กู้ ซึ่งเป็นนักเรียนในความดูแล 60 กว่าราย โดยไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านักเรียนจะได้มี ”อนาคต”Ž ด้านการศึกษา

Advertisement

โดยช่วงต้นปี 2551 ครูวิภาได้รับหมายศาลเกี่ยวกับผู้กู้ที่ขาดการชำระเงินกู้ กยศ. จึงได้ประสานพ่อแม่และญาติของเด็กๆ เพื่อให้ทำเรื่องขอผ่อนชำระ และไกล่เกลี่ยประนอมหนี้ แต่ยังมีนักเรียนเกือบครึ่งที่ยังไม่ยอมจ่ายหนี้ ทำให้มีหมายศาลแจงรายละเอียดหนี้มาในผู้ค้ำประกันเด็ก 4 ราย กว่า 90,000 บาท กระทั่งเดือนมิถุนายน 2561 ได้มีเอกสารไกล่เกลี่ยเงินกู้ของนักเรียนมาอีกครั้ง 2 ราย มียอดของรายที่ 1 จำนวน 14,000 บาท และรายที่ 2 จำนวน 24,000 บาท และค่าทนายความอีก 4,000 บาท จึงจำเป็นต้องจ่ายหนี้แทนเด็ก

ต่อมาวันที่ 16 กรกฎาคม มีเอกสารหมายศาลบังคับคดีเร่งการชำระเงินกู้ 1 ฉบับ ของนักเรียนรายที่ 3 และวันที่ 17 กรกฎาคม มีเอกสารหมายศาลบังคับคดีเร่งการชำระเงินกู้อีก 1 ฉบับ ของนักเรียนรายที่ 4 แต่ครั้งนี้เป็นการบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์สินซึ่งเป็นบ้าน ราคาประเมินกว่า 1 ล้านบาท และโฉนดที่ดิน 1 แปลง ราคาประเมินประมาณ 6 แสนบาท โดย ยึดทรัพย์Ž ของตนเนื่องจากเซ็นค้ำประกันร่วมเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน กยศ.

ซึ่ง 2 รายนี้ เมื่อประสานไปที่กองทุน กยศ. ก็ได้รับแจ้งว่าต้องชำระหนี้ เพื่อไม่ให้ถูกยึดทรัพย์สิน จึงได้จ่ายเงินให้กับกองทุน กยศ.ไปกว่า 50,000 บาท

แต่เนื่องจากยังมีผู้กู้อีก 26 ราย ที่ครูวิภาค้ำประกันร่วมให้ และยังไม่ได้ชำระหนี้ ทำให้ต้องได้รับหมายศาลบังคับคดีเช่นกัน ซึ่งรวมๆ แล้ว ต้องรับภาระจ่ายหนี้แทนลูกศิษย์กว่า 1 ล้านบาท

ที่สำคัญ ได้พยายามติดต่อลูกศิษย์ลูกหา เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่มีงานมีการทำ บางคนมีธุรกิจส่วนตัว แต่เมื่อไปตามถึงบ้าน ซึ่งบรรดาลูกศิษย์ก็ตกปากรับคำว่าจะนำเงินไปจ่ายหนี้ กยศ.

แต่สุดท้าย ก็ “เบี้ยวŽ” ตามระเบียบ!!

เมื่อผู้บริหารกองทุน กยศ.ทราบปัญหาที่เกิดขึ้น ได้หารือกับกรมบังคับคดี ซึ่ง นางเพ็ญรวี มาแสง ผู้อำนวยการกองฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ กรมบังคับคดี ระบุว่า ผลไกล่เกลี่ยเบื้องต้นคือ กยศ.จะระงับการบังคับคดีและขายทอดตลาดในเดือนสิงหาคมเอาไว้ชั่วคราว เพื่อให้ฝ่ายกฎหมายเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามตัว และทรัพย์จากลูกหนี้โดยตรง รวมถึงผู้ค้ำประกันที่เป็นพ่อแม่ หรือญาติพี่น้อง ก่อนนำมาหักกับส่วนที่ครูเป็นผู้ค้ำประกัน

แต่ในท้ายที่สุด หาก กยศ.ไม่สามารถตามทวงจากลูกหนี้ได้จริงๆ กรมบังคับคดีจะแจ้งข้อมูล และบอกให้ครูวิภาทราบล่วงหน้า ก่อนที่จะบังคับคดีตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่กองทุน กยศ.มีเกี่ยวกับสถานะคดีของครูวิภา ในฐานะผู้ค้ำประกันร่วม พบว่าได้ค้ำประกันร่วมให้ลูกศิษย์ 60 ราย ในจำนวนนี้มีผู้กู้ที่ชำระหนี้ปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว 29 ราย ชำระหนี้ตามปกติ 10 ราย ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งสิ้น 21 ราย

ในจำนวนคดีที่ถูกฟ้องร้อง มีการยึดทรัพย์แล้ว 4 ราย หลังการฟ้องคดีได้มีการสืบทรัพย์ ซึ่งทั้ง 4 รายนี้ กยศ.ไม่พบทรัพย์ของจำเลย แต่พบทรัพย์ของครูวิภา จึงดำเนินการยึดทรัพย์ของครูวิภาทั้ง 4 คดี เนื่องจากไม่มีเงินชำระหนี้ในส่วนที่ค้ำประกัน

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการ กยศ.ระบุว่า จะร่วมกับสำนักงานบังคับคดี จ.กำแพงเพชร ถอนการยึดทรัพย์ และหากครูวิภาต้องการไล่เบี้ยคืนจากลูกศิษย์ ก็พร้อมจะหาทนายเพื่อดำเนินการฟ้องร้องให้

ส่วนอีก 17 คดีที่เหลือ อยู่ในขั้นตอนการบังคับคดี ทั้ง 17 ราย คิดเป็นเงินต้นที่ค้ำประกัน 190,000 บาท หากรวมดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 3 แสนบาท

นอกจากนี้ กยศ.จะเร่งติดตามสืบทรัพย์อีก 17 ราย ผ่านสำนักงานประกันสังคม และกรมสรรพากร โดยใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ.2560 ที่เข้าถึงข้อมูลของผู้กู้ได้ ซึ่งเบื้องต้นได้นำร่องหักหนี้ กยศ.จากบัญชีเงินเดือนข้าราชการกรมบัญชีกลางไปแล้ว และจะนำร่องในบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ในปี 2562

อย่างไรก็ตาม การติดตามหนี้กองทุน กยศ.จะมีขั้นตอน โดยเริ่มจากติดตามจากผู้กู้ก่อน แต่หากผู้กู้ไม่มีทรัพย์ หรือมีแต่ไม่จ่าย จะเกิดปัญหากับผู้ค้ำประกัน อีกทั้งปัญหาอุปสรรคที่พบในการติดตามหนี้คือ ผู้กู้ปิดโทรศัพท์มือถือหนี หรือบางรายย้ายที่อยู่ ทำให้ติดตามหนี้ไม่ได้

โดยผู้จัดการกองทุน กยศ.คาดว่าน่าจะมี ครูŽ ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับครูวิภาอีกจำนวนมาก รวมไปถึงกำนัน และผู้ใหญ่บ้าน

แม้อุปสรรคขวากหนามต่างๆ ที่ครูวิภาได้เจอะเจอมา จะเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี

แต่โซเชียลมีเดียยังคงเดินหน้าขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อ เปิดรายชื่อของลูกศิษย์ที่เบี้ยวหนี้ครูวิภา พร้อมกับภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนเหล่านี้ ที่ ”กินหรู อยู่แพง”Ž

บางรายถึงกับโอนทั้งบ้าน รถ ที่ดิน และทรัพย์สินอื่นๆ ที่มี ไปให้คนอื่นถือครองหมด โดยมีเจตนาชัดเจนว่าจะไม่จ่ายหนี้กองทุน กยศ.

โดย ไม่ได้Ž สำนึกแม้แต่น้อยว่าทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน โดยครูวิภาอาจถึงขั้น ”หมดตัว”Ž และ ”ล้มละลาย”Ž ได้!!

อย่างไรก็ตาม หลังกระแสสังคมแสดงความเห็นใจครูวิภาอย่างสุดซึ้ง ที่ถูกลูกศิษย์ “เนรคุณ”Ž ได้อย่างเจ็บแสบ ครูวิภาก็ได้รับโทรศัพท์ติดต่อจากลูกศิษย์ 2 ราย ที่โทรมาขอโทษ และแจ้งว่าจะปิดหนี้ กยศ.ที่เหลือ พร้อมทั้งผ่อนชำระหนี้ที่ครูวิภาจ่ายแทนเดือนละ 5 พันบาท

แต่ก็ไม่มีหลักประกันอะไรใดๆ ทั้งสิ้นว่า ลูกศิษย์ทั้ง 2 ราย จะทำอย่างที่พูดจริงๆ

ส่วนเรื่อง ”ฟ้องร้อง”Ž ลูกศิษย์คิดล้างครูทั้งหลาย ต้องยอมรับว่าครูวิภาผู้มี ”จิตวิญญาณความเป็นครู”Ž อยู่เต็มเปี่ยม ยืนยันว่าไม่เคยอยาก “ทำร้าย”Ž ลูกศิษย์ ไม่อยากฟ้องร้องลูกศิษย์

ถ้าใครได้ดูได้ฟังข่าวจากช่องทางไหนก็ตาม อยากให้มาพูดคุยกันว่าจะ ”ใช้หนี้”Ž คืนอย่างไร

พร้อมทั้งฝากไปถึงลูกศิษย์ทั้งหลายว่า คำว่า “คนดี”Ž ครอบคลุมทุกอย่าง ในเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต ความมีคุณธรรม และความรับผิดชอบ

ได้แต่หวังว่า คำพร่ำสอนของครูวิภา ด้วยความหวังดีต่อลูกศิษย์อย่างจริงใจ และพร้อมจะให้อภัย ไม่ว่าลูกศิษย์จะทำความผิดเพราะเจตนา หรือพลาดพลั้งด้วยความไม่ได้ตั้งใจก็ตาม

จะกระตุก “ต่อมสำนึก”Ž ของลูกศิษย์ให้คิดได้บ้าง…

เพราะ ”คนดี ชอบแก้ไข คนจัญไร ชอบแก้ตัวŽ”…!!

 

๐ข้อมูลลูกหนี้ กยศ.๐

ปัจจุบัน การชำระหนี้กองทุน กยศ.และกองทุนเงินเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ดังนี้

สถานการณ์ดำเนินงานกองทุน ตามข้อมูลเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 มีผู้กู้ทั่วประเทศ 5.4 ล้านราย วงเงิน 5.7 แสนล้านบาท แบ่งเป็น ผู้กู้ที่อยู่ในช่วงกำลังศึกษา/ ช่วงปลอดหนี้ 1 ล้านราย, ผู้กู้ที่ชำระหนี้เสร็จสิ้น 8 แสนราย, ผู้กู้ที่เสียชีวิต/ ทุพพลภาพ 5 หมื่นราย และผู้กู้ที่อยู่ระหว่างชำระหนี้ 3.5 ล้านราย รวมเป็นเงิน 4 แสนล้านบาท

ผู้ที่อยู่ระหว่างชำระหนี้ แบ่งเป็น ชำระหนี้ปกติ 1.4 ล้านราย และผิดนัดชำระหนี้ 2.1 ล้านราย เป็นเงินค้างชำระ 6.8 หมื่นล้านบาท

ผู้กู้ที่ผิดชำระหนี้ แบ่งเป็น กลุ่มผิดนัดชำระหนี้ แต่ยังไม่ถูกดำเนินคดี 1.2 ล้านราย เป็นเงินค้างชำระ 2 หมื่นล้านบาท และกลุ่มที่ถูกดำเนินคดี 1 ล้านราย เป็นเงินค้างชำระ 4.8 หมื่นล้านบาท

สำหรับข้าราชการที่เป็นผู้กู้ยืม 169,000 ราย เป็นเงินต้นคงเหลือ 1.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ผู้กู้ที่ชำระปกติ 99,000 ราย และผู้กู้ที่ผิดนัดชำระ 70,000 ราย เป็นเงินค้างชำระ 3.4 พันล้านบาท

ในปี 2558-2560 การชำระเงินคืนดีขึ้นตามลำดับ โดยปี 2558 ได้รับการชำระหนี้คืน 1.8 หมื่นล้านบาท, ปี 2559 ได้รับชำระหนี้คืน 2.1 หมื่นล้านบาท และปี 2560 ได้รับชำระหนี้คืน 2.6 หมื่นล้านบาท