เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ห้องประชุมศรีอยุธยา หอสมุดแห่งชาติแห่งชาติ นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ประเทศไทย ว่า ที่ประชุมได้รายงานกรณีนาง Katherine Ayers-Mannix ชาวอเมริกัน แจ้งความประสงค์จะส่งมอบโบราณวัตถุก่อนประวัติศาสตร์คืนให้แก่ประเทศไทย 12 รายการ และภาพถ่ายโบราณวัตถุทั้ง 12 รายการ ทั้งนี้ DR. joyce White ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะบ้านเชียง และผู้อำนวยการ Institute for Southeast Asian Archaeology มหาวิทยาลัย Pennsylvania ได้ให้ความเห็นว่าโบราณวัตถุดังกล่าว เชื่อว่าเป็นโบราณวัตถุยุคก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเชียงของไทย
นายวีระกล่าวอีกว่า ขณะนี้สถานทูตไทยที่กรุงวอชิงตัน ได้จัดส่งโบราณวัตถุทั้งหมดมายังกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปกรมศิลปากร และ กต.จะร่วมกันตรวจสอบโบราณวัตถุ และส่งมอบให้แก่กรมศิลปากร ซึ่งรายการโบราณวัตถุที่ส่งมอบคืน ได้แก่ 1.ภาชนะดินเผาสีดำ ก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเชียง สมัยต้น ราว 4,300-3,000 ปี 2.ภาชนะดินเผาลายขูดขีดผสมการระบายสีแดง ก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเชียง สมัยต้น ระยะปลาย ราว 3,000 ปี 3.ภาชนะดินเผาลายขูดขีดผสมการระบายสีแดง ก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเชียง สมัยต้น ระยะปลาย ราว 3,000 ปี 4.ภาชนะดินเผาลายเชือกทาบประดับด้วยเส้นนูน ก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเชียง สมัยต้นราว 4,300-3,000 ปี 5.ภาชนะดินเผาลายเขียนสี ก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเชียง สมัยปลาย ราว 2,300-1,800 ปี
นายวีระกล่าวต่อว่า 6.ภาชนะดินเผาลายเขียนสี ก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเชียง สมัยปลาย ราว 2,300-1,800 ปี 7.ภาชนะดินเผาลายเขียนสี ก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเชียง สมัยปลาย ราว 2,300-1,800 ปี 8.ภาชนะดินเผาลายเขียนสี ก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเชียง สมัยปลาย ราว 2,300-1,800 ปี 9.ภาชนะดินเผาสีดำ 10.ลูกกลิ้งดินเผา ก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเชียง สมัยปลายราว 2,300-1,800 ปี 11.หินดุดินเผา ก่อนประวัติศาสตร์ และ 12.กำไลสำริด ก่อนประวัติศาสตร์วัฒนธรรมบ้านเชียง ราว 2,300-1,800 ปี โดยทั้ง 12 รายการที่ได้มา กรมศิลปากรจะทำการจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (พช.) พระนคร และจะจัดแสดงที่ พช.บ้านเชียงด้วย
นายวีระกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบผลการศึกษา และวิเคราะห์ของคณะอนุกรรมการวิชาการเพื่อติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ไทย และมีมติเห็นชอบให้ติดตามโบราณวัตถุกลับคืนไทย 9 รายการเพิ่มเติม ที่ปัจจุบันจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ Norton Simon รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา โดยให้กรมศิลปากรทำหนังสือถึงสำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ สหรัฐอเมริกา เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นโบราณวัตถุดังกล่าว เชื่อได้ว่ามีแหล่งกำเนิดในไทย และมีการนำออกจากไทยโดยผิดกฎหมาย
นายวีระกล่าวต่อว่า สำหรับโบราณวัตถุทั้ง 9 รายการ ได้แก่ 1.พระโพธิสัตว์ไมเตรยะ สำริด เป็นศิลปะลพบุรี หรือศิลปะเขมรที่พบในไทย ก่อนเมืองพระนคร อายุราว พ.ศ.1300-1350 2.พระพุทธรูปยืนปางแสดงธรรม สำริด เป็นลักษณะเฉพาะศิลปะแบบทวารวดี ในบริเวณภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย กำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 13-15 3.พระพุทธรูปประทับยืน หินทราย เป็นลักษณะเฉพาะของศิลปะทวารวดี การทำอุณาโลมเป็นลักษณะใกล้เคียงกับศิลปะอินเดีย อาจสร้างขึ้นในระยะแรกราวพุทธศตวรรษที่ 13 4.พระพุทธรูปางสมาธิ สำริด เป็นศิลปะทวารวดีตอนกลาง ราวพุทธศตวรรษที่ 13-15
นายวีระกล่าวว่า 5.พระพุทธรูปลีลา สำริด เป็นลักษณะเฉพาะของพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย อายุราว พ.ศ.1800-2000 6.เศียรพระพุทธรูป หินทราย พระพุทธรูปแบบทวารวดีตอนกลาง อายุราวพุทธศตวรรษที่ 13-15 7.พระสุริยะเทพ หินทราย เป็นประติมากรรมเทวรูปรุ่นเก่า สกุลช่างศรีเทพอายุราว พ.ศ.1100-1200 8.นาคปัก หินทราย เป็นรูปแบบศิลปะขอม สมัยเมืองบาปวน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 และ 9.แผ่นทองคำดุนลวดลาย 5 แผ่น
“นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าการติดตามโบราณวัตถุของไทยในต่างประเทศกลับคืนสู่ไทย เช่น กรณีทับหลังปราสาทหนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น จ.สระแก้ว ซึ่งจัดแสดงอยู่ที่ Asian Art Museum เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายของสหรัฐ ซึ่งนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ได้ลงนามหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนความมั่นคงฯ ผ่าน กต.เพื่อเข้าสู่กระบวนการขอคืนทับหลังทั้ง 2 รายการ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าว่าสหรัฐตั้งอัยการเพื่อรับผิดชอบเรื่องดังกล่าวโดยตรง” นายวีระกล่าว
นายอนันต์ กล่าวว่า หลังจากสหรัฐตั้งอัยการดูแลเรื่องการตรวจสอบทับหลังทั้ง 2 รายการ ทั้งนี้ มีการแจ้งขอหลักฐานของโบราณวัตถุทั้ง 2 รายการเพิ่มเติม ซึ่งกรมศิลปากรได้ทยอยส่งหลักฐานตามที่ขอไปแล้ว และพร้อมจะส่งหลักฐานเพิ่มเติมหากมีการร้องขอมาอีก อย่างไรก็ตาม ได้รับแจ้งว่าขณะนี้โบราณวัตถุทั้ง 2 รายการ ได้ถูกนำไปเก็บไว้ และไม่ได้จัดแสดงแล้ว
“นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าการขอคืนโบราณวัตถุจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะโฮโนลูลู สหรัฐ 17 รายการ โดยสำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กรมศิลปากร นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการวิชาการฯ ได้ศึกษา และวิเคราะห์โบราณวัตถุ 17 รายการดังกล่าว ผลสรุปว่าโบราณวัตถุดังกล่าว ยืนยันได้ว่ามีแหล่งกำเนิดในไทย 14 รายการ และได้ทยอยส่งมอบข้อมูลให้สำนักงานสืบสวนความมั่นคงฯ ผ่าน กต.เพื่อเป็นข้อมูลในการขอคืนไปเรียบร้อยแล้ว” นายอนันต์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนาง Katherine กรมศิลปากรทราบหรือไม่ว่าโบราณวัตถุทั้ง 12 รายการ นาง Katherine ได้มาอย่างไร นายอนันต์ กล่าวว่า โบราณวัตถุทั้ง 12 รายการที่ส่งคืนมา นาง Katherine อาจเอาออกไปด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องทางกฎหมาย ส่วนจะออกไปเมื่อไร อย่างไร กรมศิลปากรไม่มีหลักฐาน แต่นาง Katherine คงรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบ และมีประสงค์จะส่งคืน จึงจัดส่งคืนไทยที่เป็นประเทศมาตุภูมิของโบราณวัตถุเหล่านี้














