‘ครูวิภา’ เล็งกู้กว่า 5แสนบ.ปลดภาระค้ำ ‘กยศ.’

3.08.18 | 17:18 น.

ความคืบหน้ากรณีค้ำประกันเงินกู้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(ก.ค.ศ.)ให้แก่นักเรียนชั้นม.4-ม.5 จำนวน 60 คน เมื่อปี 2541-2542 นำมาสู่ศิษย์ส่วนหนึ่งผิดนัดชำระกู้ กระทั่งมีการฟ้องไกล่เกลี่ยและยึดทรัพย์ โดยมีการยึดทรัพย์ 4 ราย ครูวิภาต้องกู้เงินมาไถ่ถอนทรัพย์สินคืนนั้น

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม น.ส.วิภา บานเย็น หรือครูวิภา อายุ 47 ผู้บริหารโรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.กำแพงเพชร เปิดเผยกับมติชนว่า ข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561 จากจำนวนนักเรียนที่ตนค้ำประกันให้ 60 คน มี 38 รายที่ตนหลุดภาระค้ำประกัน เนื่องจากมีการปิดบัญชีและตนหาเงินไปไถ่ถอนทรัพย์สินคืนหลังถูกยึดทรัพย์ 4 ราย เหลือ 22 รายที่ตนยังติดสถานะค้ำประกันอยู่ จำแนกเป็น ฟ้องไกล่เกลี่ยแล้ว ระหว่างปี 2551-2559 จำนวน 12 ราย และ จ่อฟ้องไกล่เกลี่ย ปี 2561-2561 จำนวน 10 ราย โดยในจำนวน 10 รายดังกล่าว แยกเป็น จำนวน 4 รายกำลังจะโดนฟ้องไกล่เกลี่ย ปี 2561-2562 จำนวน 1 ราย ขาดส่ง 1 งวด เมื่อปี 2561 และ จำนวน 5 ราย ส่งปกติไม่มีหนี้ค้าง

“ในการยึดทรัพย์นั้น กลับยึดที่ครูก่อน โดยไม่พยายามติดตามทวงหนี้พ่อของเด็ก ทั้งที่ในจำนวน 22 รายที่ครูยังติดภาระค้ำให้อยู่นั้น มีถึง 20 รายที่กู้กยศ.ต่อในชั้นม.6 โดยมีพ่อเป็นคนเซ็นค้ำประกันให้ แต่การติดตามทวงหนี้จนนำมาสู่การยึดทรัพย์นั้น กลับมายึดทรัพย์ครูก่อนเป็นคนแรก เท่ากับว่าทรัพย์ที่ยึดจากครู ครอบคลุมไปถึงหนี้ที่เด็กกู้ในชั้นม.6 ด้วยซึ่งครูไม่ใช่คนเซ็นค้ำประกันให้ ครูมองว่าไม่ยุติธรรม” ครูวิภา กล่าว

ครูวิภา กล่าวต่อว่า ตนกำลังคิดที่จะปลดภาระการค้ำประกันทั้ง 22 รายซึ่งทำได้โดยการหาเงินไปปลดหนี้ซึ่งที่ผ่านมาเคยทำมาแล้วโดยการกู้เงินไปไถ่ถอน จนได้ทรัพย์สินกลับคืน ซึ่งใช้เงินโดยเฉลี่ยคนละ 25,000 บาท หรือรวม 4 คน จำนวน 92,000 บาท ตนใช้วิธีไปกู้เงินมา ครั้งนี้ก็คงต้องไปกู้มาปลดหนี้ทั้งหมดเช่นเดิมซึ่งทั้ง 22 รายคาดว่าจะใช้เงินทั้งหมดประมาณ 550,000 บาท ส่วนว่าเมื่อกู้ไปปลดหนี้กยศ.แล้ว จะได้เงินคืนจากศิษย์หรือไม่นั้น ต้องไปเจรจากับศิษย์ว่าจะใช้คืนอย่างไร แต่เบื้องต้นยังไม่ได้คิดว่าจะได้คืนหรือไม่ คิดแค่ว่าจะทำอย่างไรจะปลดภาระจากผู้ค้ำประกันให้ได้ก่อน เพื่อจะได้ไม่ต้องมาทุกข์ใจว่าเมื่อไหร่หมายศาลจะมาอีก ตนไม่อยากเจอกับสภาพนั้นอีก ส่วนกรณีที่องค์กรครูเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ตั้งกองทุนเยียวยาตนนั้น ตนยังไม่ขอตอบประเด็นนี้ ที่ผ่านมาเคยมีผู้เสนอจะขอรับบริจาคเพื่อช่วยตน แต่ตนปฏิเสธเพราะกลัวว่าจะมีผู้แอบใช้สถานการณ์มาเรียกรับบริจาคเงินและที่สำคัญตนอยากให้ศิษย์รับผิดชอบหนี้ด้วยตัวเองก่อน ถ้ามีผู้บริจาคเงินช่วย ศิษย์จะคิดว่ามีคนช่วยจ่ายหนี้แล้ว ไม่ต้องรับผิดชอบอีก ซึ่งตนไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น