เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม นายวัชรินทร์ อันทชัย ผู้อำนวยการโรงเรียนบางไทรวิทยา จ.อยุธยา เปิดเผยว่า หลังจากที่นายรังสิมันต์ ยาละ ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย จ.นนทบุรี ยื่นฟ้องคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561 เพื่อขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้บริหารสถานศึกษาที่ประสงค์จะยื่นคำร้องขอย้าย ตามหนังสือที่ ศธ 0206.4/ว24 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ในข้อ 1.1 ที่กำหนดว่าผู้อำนวยการหรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษาจะต้องปฏิบัติงานในตำแหน่งดังกล่าวในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันไม่น้อยกว่า 24 เดือน นับถึงวันที่ 31 ตุลาคมของปีที่ยื่นคำร้องขอย้าย โดยให้เหตุผลว่าคุณสมบัติในข้อ 1.1 ดังกล่าว ไม่เป็นธรรมและลิดรอนสิทธิของผู้บริหารสถานศึกษาบางกลุ่ม เพราะเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาประจำปี 2559 ตาม ว9 กำหนดให้จังหวัดต้องพิจารณาโยกย้ายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายนของปีเดียวกัน หรือภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ส่งผลให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่ได้ยื่นคำร้องและได้รับการโยกย้ายระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2559 ตามหลักเกณฑ์ ว9 ขาดสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอย้ายประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคมนี้ เพราะเมื่อนับระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารในสถานศึกษาปัจจุบันจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2561 แล้วไม่ถึง 24 เดือน ขณะที่ถ้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ใดออกคำสั่งโยกย้ายแล้วเสร็จทันภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2559 อาทิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 1 กรุงเทพฯ มีคำสั่งโยกย้ายวันที่ 28 ตุลาคม 2559 เป็นต้น ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพม.กรุงเทพฯ ก็จะไม่ขาดสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอย้ายประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคมนี้ เพราะนับระยะเวลาที่อยู่ในตำแหน่งผู้บริหารในสถานศึกษาปัจจุบันแล้วเกิน 24 เดือน
นายวัชรินทร์กล่าวต่อว่า หลังจากที่นายรังสิมันต์ได้ยื่นฟ้องแล้ว เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2561 ตนพร้อมด้วยนายผจญ โพธิราช ผู้อำนวยการโรงเรียนบางซ้ายวิทยา จ.อยุธยา และนายอภิรักษ์ กงทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนท่าช้างวิทยาคม จ.อยุธยา ได้เดินทางไปฟ้อง ก.ค.ศ.ต่อศาลปกครองกลาง โดยขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิกถอนหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้ขอย้ายในข้อ 1.1 ตามหนังสือที่ ศธ 0206.4/ว24 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 เช่นเดียวกัน และขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวโดยระงับการพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษาประจำปี 2561 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำพิพากษา
“เดิมเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 ก.ค.ศ.มีหนังสือที่ ศธ 0206.4/ว9 โดยกำหนดหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้บริหารสถานศึกษาที่จะยื่นคำร้องขอย้าย ต้องดำรงตำแหน่งในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนนับถึงวันที่ยื่นคำขอ และยังกำหนดว่าให้พิจารณาย้ายไปแต่งตั้งในตำแหน่งที่จะว่างเนื่องจากการเกษียณและตำแหน่งว่างกรณีอื่นๆ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายนของปีเดียวกัน ซึ่งระเบียบหลักเกณฑ์นี้มีผลใช้บังคับตลอดมา ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2559 ก.ค.ศ.มีหนังสือที่ ศธ 0206.4/1646 เรื่อง การปรับปรุงหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา โดยแก้ไขคุณสมบัติว่าผู้อำนวยการหรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษาต้องดำรงตำแหน่งในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือน นับถึงวันที่ 30 กันยายน ของปีที่ยื่นคำร้องขอย้าย ซึ่งกรณีนี้ทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่ได้รับการพิจารณาย้ายในรอบการย้ายประจำปี 2559 ตามหลักเกณฑ์ ว9 ทั่วประเทศจะไม่สามารถเขียนคำร้องขอย้ายในรอบปี 2561 ได้ทุกคนเท่าเทียมกัน สามารถยอมรับได้ แต่ปรากฏว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 ก.ค.ศ.ได้ออกกฎ ว24 ที่กำหนดให้ดำรงตำแหน่งในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือนนับถึงวันที่ 31 ตุลาคม ของปีที่ยื่นคำร้อง เป็นผลทำให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่ได้รับการพิจารณาย้ายในรอบปี 2559 บาง สพท.สามารถเขียนคำร้องขอย้ายในปี 2561 ได้ แต่บาง สพท.ไม่สามารถเขียนคำร้องขอย้ายได้ เนื่องจากออกคำสั่งโยกย้ายไม่พร้อมกัน บาง สพท.ออกคำสั่งภายในเดือนตุลาคม 2559 บาง สพท.ออกคำสั่งในเดือนพฤศจิกายน 2559 ทั้งที่ใช้เกณฑ์พิจารณาการย้ายเดียวกัน และปฏิบัติตามหนังสือ ที่ศธ 0206.4/ว9 ซึ่งก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ส่อว่าเลือกปฏิบัติเพื่อเอื้อต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ ขณะที่การยื่นคำร้องขอย้าย สามารถยื่นได้แค่ปีละครั้งคือวันที่ 1-15 สิงหาคมเท่านั้น” นายวัชรินทร์กล่าว
ด้านนายรังสิมันต์กล่าวว่า สพท.ที่พิจารณาโยกย้ายภายในวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2559 ซึ่งผู้บริหารสถานศึกษาจะหมดสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอย้ายประจำปี 2561 มีอาทิ สพม.นนทบุรี เขต 3 ซึ่งออกคำสั่งโยกย้ายวันที่ 16 พฤศจิกายน 2559, สพม.เขต 3 อยุธยา วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559, สพม.เขต 33 สุรินทร์ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2559, สพม.เขต 11 สุราษฎร์ธานี วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559, สพม.เขต 37 น่าน วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559, สพม.เขต 37 แพร่ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559, สพม.เขต 32 บุรีรัมย์ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559, สพม.เขต 25 ขอนแก่น วันที่ 3 พฤศจิกายน 59, สพม.เขต 4 ปทุมธานี วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 เป็นต้น ขณะที่เขตพื้นที่ที่สามารถเขียนคำร้องโยกย้ายได้เนื่องจากโยกย้ายทันภายใน 31 ตุลาคม 2559 มีดังนี้ สพม.กรุงเทพฯ เขต 1 วันที่ 28 ตุลาคม 2559, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) เขต 1 เลย วันที่ 13 ตุลาคม 2559, สพม.เขต 31 นครราชสีมา วันที่ 3 ตุลาคม 2559 เป็นต้น
“แต่ละเขตพื้นที่มีผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการโรงเรียนระดับประถมและมัธยมที่มีการแต่งตั้งโยกย้าย โดยเฉลี่ยจังหวัดละ 30 คน และเชื่อว่ามีเขตพื้นที่เกินครึ่งที่ผู้บริหารสถานศึกษาขาดสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอย้ายรอบปี 2561 เนื่องจากส่วนใหญ่ออกคำสั่งโยกย้ายหลังวันที่ 1 พฤศจิกายน 2559” นายรังสิมันต์กล่าว



