Line คือช่องทางในการสื่อสารที่กำลังเป็นที่นิยมในประเทศไทย ผู้เขียนคงไม่ต้องอธิบายถึงวิธีการใช้งาน เพราะคาดว่าผู้อ่านทุกคนน่าจะเป็นผู้ที่ใช้ Line เป็นช่องทางหนึ่งในการสื่อสารในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว โดยผู้เขียนสังเกตว่า ผู้ใช้ Line เป็นช่องทางในการสื่อสารนั้น มีทุกช่วงวัย นับตั้งแต่เด็กๆ ไปจนถึงผู้ใหญ่วัยเกษียณ ทั้งนี้ อาจใช้ Line ในการสื่อสารมากน้อยแตกต่างกันตามวิถีชีวิต และตามความชอบส่วนบุคคล
หากจะกล่าวถึงประโยชน์ของ Line นั้น นอกจากจะมีไว้สำหรับการสื่อสารระหว่างบุคคลแล้ว ยังสามารถสร้างกลุ่ม Line เพื่อสื่อสารกันระหว่างกลุ่มบุคคลได้ เช่น กลุ่มครอบครัว กลุ่มเพื่อนมัธยม กลุ่มที่ทำงาน เป็นต้น ผู้เขียนในฐานะที่เป็นครู จึงได้นำการสร้าง Line กลุ่มมาประยุกต์ใช้ในการทำงาน
ในฐานะครูที่ปรึกษา (ครูประจำชั้น) ผู้เขียนได้สร้าง Line กลุ่มผู้ปกครองของห้องที่ผู้เขียนเป็นครูที่ปรึกษา สมาชิกของกลุ่มนี้จะมีแต่ผู้ปกครอง และครูเท่านั้น โดยจะสื่อสารเฉพาะข่าวสารของโรงเรียนที่ผู้ปกครองควรรู้ ในบางครั้ง นอกจากข่าวสารจากทางโรงเรียนแล้ว ผู้เขียนยังส่งรูปภาพการทำกิจกรรมของนักเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองได้เห็นภาพลูกๆ ของตัวเองทำกิจกรรม แม้ว่าตัวผู้ปกครองจะอยู่ที่บ้าน หรือที่ทำงานก็ตาม
นอกจากนี้ ผู้เขียนได้สร้าง Line กลุ่มนักเรียนในที่ปรึกษา โดยสมาชิกของกลุ่มนี้จะมีเฉพาะนักเรียน และครูเท่านั้น โดยจะส่งเฉพาะข่าวสาร หรือข้อมูลที่นักเรียนควรรู้เท่านั้น
ซึ่งทั้งสองกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่มีการสื่อสารแบบมีปฏิสัมพันธ์ มีการโต้ตอบกันระหว่างบุคคลในกลุ่ม ทั้งนี้ อะไรที่ไม่ใช่สาระ จะไม่มีการสื่อสารกันภายในกลุ่ม ซึ่งเป็นข้อตกลงกันตั้งแต่เริ่มต้น
ผู้เขียนเป็นครูผู้สอนในระดับมัธยมศึกษา สังเกตเห็นว่านักเรียนมัธยมชอบเล่น Line กันมาก และทุกๆ ห้องมักจะมี Line กลุ่มของห้องตนเอง เช่น ม.6/6 ก็มี Line กลุ่ม ม.6/6 โดยสมาชิกในกลุ่มนี้จะมีเฉพาะนักเรียนเท่านั้น ไม่มีครู หรือผู้ปกครองเป็นสมาชิกเด็ดขาด เมื่อสอบถามก็พบว่า Line กลุ่มนี้ มีไว้สำหรับพูดคุยกันภายในห้องในทุกๆ เรื่อง ซึ่งในบางครั้งอาจใช้ภาษาเฉพาะกลุ่ม หรือภาษาวัยรุ่นที่ไม่ค่อยสุภาพนัก จึงไม่ต้องการให้ผู้ใหญ่ ซึ่งก็คือพ่อแม่ หรือครูอยู่ในกลุ่มด้วย
ในฐานะที่เป็นครูผู้สอน ผู้เขียนมองว่าการที่นักเรียนชอบเล่น Line เป็นโอกาสที่ดีต่อการจัดการเรียนการสอน ผู้เขียนได้พิมพ์เนื้อหาสาระของบทเรียน พร้อมทั้งใส่ภาพประกอบลงในโปรแกรม PowerPoint โดยทำในคอมพิวเตอร์ แล้วบันทึกเป็นไฟล์ pdf จากนั้น ส่งไฟล์ pdf บทเรียนนั้นไปยัง Email ของตนเอง จากนั้นใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่เป็น Smartphone เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต และ Log in เข้า Email ของตนเอง แล้วดาวน์โหลดไฟล์ pdf บทเรียนไว้ในเครื่องของผู้เขียน
จากนั้นผู้เขียนจึงส่งไฟล์นั้นไปยังตัวแทนนักเรียนผ่านทาง Line เพื่อให้ตัวแทนนักเรียนส่งไฟล์บทเรียนไปยัง Line กลุ่มของห้องตนเองต่อไป ซึ่งสามารถสรุปเป็นแผนภาพกระบวนการใช้ Line เป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ได้ ดังนี้

แผนภาพกระบวนการใช้ Line เป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อการเรียนรู้
ทั้งนี้ ประโยชน์จากกระบวนการใช้ Line เป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ มีดังนี้
1.นักเรียนทุกคนมีบทเรียนที่มีสีสันสวยงามไม่ต่างไปจากไฟล์ PowerPoint ของครู
2.นักเรียนสามารถเปิดอ่านบทเรียนและศึกษาบทเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา
3.ประหยัดงบประมาณในการผลิตเอกสารใบงาน ใบความรู้ และประหยัดกระดาษซึ่งเป็น
ทรัพยากรธรรมชาติ
การใช้ Line เป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อการเรียนรู้นี้ ผู้เขียนใช้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนเท่านั้น คือใช้เป็นช่องทางในการส่งสื่อประกอบการจัดการเรียนการสอนให้กับนักเรียน ทั้งนี้ การใช้ Line เป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ มีข้อจำกัดคือ เป็นการสื่อสารทางเดียว กล่าวคือนักเรียนสามารถอ่าน และศึกษาบทเรียนได้ แต่ไม่สามารถถามครูได้หากมีข้อสงสัย
ดังนั้น ผู้เขียนจึงมักจะใช้วิธีการนี้ในกรณีที่จะเริ่มบทเรียนใหม่ โดยจะส่งไฟล์บทเรียนใหม่ไปยัง Line เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้ามาก่อนเข้าชั้นเรียน ซึ่งจะช่วยให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อจำกัดอีกประการหนึ่งก็คือนักเรียนไม่ได้มี Smartphone กันทุกคน และถึงบางคนมี Smartphone ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตกันทุกคน ด้วยข้อจำกัด 2 ประการข้างต้นที่กล่าวมาแล้วครูผู้สอนก็ไม่ควรละเลยเอกสารที่เป็นกระดาษสำหรับนักเรียนที่ไม่มี Smartphone และไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต
ผู้เขียนเป็นครูที่โรงเรียนประจำจังหวัด นักเรียนส่วนใหญ่มีความพร้อม มี Smartphone และมีสัญญาณอินเทอร์เน็ต ผู้เขียนจึงสามารถนำ Line มาใช้ประโยชน์เป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประสบการณ์การใช้ Line เป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อการเรียนรู้นี้จะเป็นตัวเลือกหนึ่งในการจัดการเรียนการสอนให้กับเพื่อนครู และหวังว่าบทความนี้จะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวิชาชีพให้กับเพื่อนครูสืบไป


จตุพร ตระกูลปาน
ครูโรงเรียนสระบุรีวิทยาคม

