เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม นายรังสิมันต์ ยาละ ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า ตามที่ตนยื่นฟ้องคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561 เพื่อขอให้ศาลพิจารณาเพิกถอนหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้บริหารสถานศึกษาที่ประสงค์จะยื่นคำร้องขอย้าย ตามหนังสือที่ ศธ 0206.4/ว24 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ในข้อ 1.1 ที่กำหนดว่าผู้อำนวยการ หรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษาจะต้องปฏิบัติงานในตำแหน่งดังกล่าวในสถานศึกษาปัจจุบันติดต่อกันไม่น้อยกว่า 24 เดือน นับถึงวันที่ 31 ตุลาคมของปีที่ยื่นคำร้องขอย้าย เนื่องจากว่าไม่เป็นธรรม และลิดรอนสิทธิของผู้บริหารสถานศึกษาบางกลุ่ม เพราะเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาประจำปี 2559 ตาม ว9 กำหนดให้จังหวัดต้องพิจารณาโยกย้ายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายนของปีเดียวกัน หรือภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ส่งผลให้ผู้บริหารสถานศึกษาที่ได้ยื่นคำร้องและได้รับการโยกย้ายระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2559 ตามหลักเกณฑ์ ว9 ขาดสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอย้ายประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคมนี้ เพราะเมื่อนับระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารในสถานศึกษาปัจจุบันจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2561 แล้วไม่ถึง 24 เดือน ขณะที่ถ้าคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.) ใดออกคำสั่งโยกย้ายแล้วเสร็จทันภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2559 ผู้บริหารสถานศึกษา จะไม่ขาดสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอย้ายประจำปี 2561 โดยขณะนี้มีผู้อำนวยการโรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3 แห่ง ยื่นฟ้องกรณีดังกล่าวด้วยนั้น คาดว่าภายในเดือนกันยายน ศาลจะมีคำสั่งออกมาทางใดทางหนึ่ง เรื่องนี้น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตามเท่าที่ดู ทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ยังตอบคำถามไม่ชันเจน หรือพูดไม่หมดในหลายประเด็น ล่าสุดทราบว่าทางก.ค.ศ. ได้ตอบคำถามคณะกรรมาธิการ(กมธ.) วิสามัญการศึกษา ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว คือไปอ้างหนังสือแจ้งจากสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ศธ 0206.4/ว9 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2559 ส่งถึงศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.)ทั่วประเทศให้ดำเนินการย้าย ตามว 9 ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 25 ตุลาคม ปี 2559
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ทั้งที่ช่วงนั้น คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค (คปภ.) ที่มีรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เป็นประธาน มีมติยุบคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา และแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (อกศจ.) ทำหน้าที่พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายแทน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ โดยมีกศจ. ที่สามารถแต่งตั้ง อกศจ. ได้ในวันที่ 21 ตุลาคม 2559 จำนวน 24 จังหวัด แต่งตั้งอกศจ.ได้ในวันที่ 25 ตุลาคม 2559 จำนวน 35 จังหวัด และแต่งตั้ง อกศจ. ได้วันที่ 4 พฤศจิกายน 2559 จำนวน 17 จังหวัด ยกเว้นกทม. ที่ คปภ. ทำหน้าที่ อกศจ. โดยตำแหน่งในการพิจารณาโยกย้าย เท่ากับว่า ส่วนใหญ่กว่าจะแต่งตั้งอกศจ. ได้ ก็เลยกำหนดเวลาโยกย้ายตามที่ก.ค.ศ.กำหนด จากนั้นวันที่ 28 ตุลาคม 2559 ก.ค.ศ. มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ศธ 0206.4/ว15 ปรับปรุงกรอบเวลาการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาใหม่ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2559 ดังนั้นจึงไม่ใช่ความผิดหากบาง กศจ. จะไม่สามารถดำเนินการย้ายได้ทันในวันที่ 25 ตุลาคม 2559 ข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งที่ก.ค.ศ. ไม่ได้ชี้แจงต่อกมธ. วิสามัญการศึกษา ของสนช. มีเพียงเขตพื้นที่ฯ เดียวที่ไม่ได้รับผลกระทบเลย คือ กทม.
“เรื่องนี้มีผู้บริหารโรงเรียนได้รับผลกระทบจำนวนมาก นอกจากผมและผู้บริหารโรงเรียนในจ.พระนครศรีอยุธยา ได้ฟ้องไปแล้วนั้น เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกระบี่ ก็ได้ฟ้องร้องก.ค.ศ. ไปแล้วเช่นกัน รวมถึงยังมีผู้อำนวยการโรงเรียนบางส่วนขอคัดสำเนาคำฟ้องจากผมไปพิจารณา และเตรียมที่จะฟ้องก.ค.ศ.เช่นกัน ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่อาจกระทบต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้งระบบ ดังนั้นจึงอยากให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และก.ค.ศ. หารือกันเพื่อแก้ไข” นายรังสิมันต์ กล่าวและว่า ในส่วนของตน ไม่ได้คัดค้านเรื่องการกำหนดระยะเวลา 24 เดือน แต่การประกาศใช้ ควรแจ้งล่วงหน้า เช่น ประกาศเกณฑ์ ว24 ปี 2559 ก็ควรเริ่มใช้ในปี 2562 ไม่ใช่ใช้ปี 2560 ทันที เพราะหากตนทราบล่วงหน้า คงไม่ยื่นคำร้องขอย้ายในรอบปี 2559


