หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา นักวิชาการพุท...

นักวิชาการพุทธ ชี้รัฐธรรมนูญใหม่เปิดช่อง ‘ไพบูลย์’สกัดพุทธนอกรีต

19.04.16 | 14:50 น.

นายชาญณรงค์ บุญหนุน อาจารย์ภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในฐานะนักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา เปิดเผยถึงกรณีที่มีนักวิชาการออกมาวิพากษ์วิจารณ์ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 67 หมวด 5 หน้าที่ของรัฐ ที่ระบุว่า “ในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือมาช้านาน รัฐพึงส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา และเผยแผ่หลักธรรมของพุทธศาสนาเถรวาท เพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา” เพราะมองว่าลิดรอนสิทธิของนักบวชที่อยู่ในนิกายอื่นและต้องการกำจัดวัดหรือสำนักใดสำนักหนึ่งนั้นว่า ถ้าดูจากตัวอักษรที่เขียนไว้ในมาตราดังกล่าว มองไม่ออกว่ากฎหมายนี้จงใจเล่นงานวัดพระธรรมกายตามที่มีกระแสข่าวอยู่หรือไม่ ส่วนผู้ที่เสนอมาตราดังกล่าวในร่างรัฐธรรมนูญก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร มีวัตถุประสงค์อะไร ดังนั้น จึงไม่อาจทราบได้เลยว่ารัฐบาลจงใจทำอะไร แต่ที่แน่ชัดคือ มาตรา 67 ขัดต่อหลักประชาธิปไตยในเรื่องการเลือกปฏิบัติต่อศาสนา รัฐบาลไม่ควรอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนาใดศาสนาหนึ่ง หรือยกนิกายใดนิกายหนึ่งขึ้นมาให้ความสำคัญกว่านิกายอื่นๆ ควรให้สิทธิของผู้นับถือศาสนาเท่าๆ กัน

นายชาญณรงค์กล่าวด้วยว่า ส่วนความเป็นไปได้ของการออกกฎหมายนี้ในอีกแง่มุมหนึ่งคือ หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน รัฐบาลจะต้องออกกฎหมายหรือข้อกำหนดเกี่ยวกับนิกายเถรวาทที่รัฐต้องการอุปถัมภ์ หรือพูดกันตรงๆ คือออกกฎหมายมาคุมพระสงฆ์ โดยกำหนดลักษณะสำคัญและอาจให้มหาเถรสมาคม (มส.) เป็นผู้ร่างกฎหมาย ออกกฎบังคับพระสงฆ์นิกายเถรวาท เช่น ห้ามพระสงฆ์นิกายเถรวาทรับทรัพย์สิน ห้ามวัดหรือสำนักบิดเบือนคำสอนของนิกายเถรวาท เป็นต้น ซึ่งถ้ามองอีกมุม จะมีนัยที่เอาไปใช้จัดการวัดหรือสำนักที่มีคำสอนแตกต่างออกไป และอาจนำไปสู่การปฏิรูปพุทธที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) อยากดำเนินการด้วย

“ผมจึงไม่เห็นด้วยหากจะมีกฎหมายดังกล่าวบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุด เพราะจะกระทบพระสงฆ์นิกายเถรวาทและผู้ที่นับถือศาสนาอื่นๆ ด้วย” นายชาญณรงค์กล่าว

ด้านพระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ศพศ.) กล่าวว่า หากรัฐบาลจะนำมาตรา 67 ในร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวมาใช้กับพระสงฆ์ โดยให้พระสงฆ์เป็นเครื่องมือ คงเป็นเรื่องยาก และยังไม่ถึงจุดที่ออกกฎหมายมาเพื่อทำลายล้างวัดใดวัดหนึ่ง เพราะหากรัฐบาลทำเช่นนั้น พระสงฆ์ยังมีพลังต่อต้านเรื่องเช่นนี้อยู่ ส่วนความเป็นไปได้หากรัฐบาลต้องการคงอำนาจไว้ และมองว่าพระสงฆ์เป็นอุปสรรคจริง คงใช้เครื่องมือเช่นเดิม คือให้พระสงฆ์บางรูปและคนบางคนมาทำลายคณะสงฆ์