มึน!! ‘ร้านค้า’ วิ่งขาขวิดหาเงินจ่าย ‘อค.-สนพ.’ หลัง ร.ร.ติดหนี้ตำราฟรีหลายพันล.

27.08.18 | 13:39 น.

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม แหล่งข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คนหนึ่ง เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และโรงเรียนเอกชนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้รับความเดือนร้อนจากนโยบายการบริหารจัดการหนังสือเรียน และแบบฝึกหัด ตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ของ ศธ.เนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.มอบนโยบายว่าในปีการศึกษา 2561 ศธ.จะแจกหนังสือเรียนครบ 100% จากเดิมตั้งใจจะยกเลิกนโยบายหนังสือยืมเรียนในปีการศึกษา 2562 แต่เนื่องจากหลักสูตรเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก จึงได้แจ้งยกเลิกนโยบายหนังสือยืมเรียน พร้อมกับให้ สพฐ.แจกหนังสือเรียนฟรีให้นักเรียนครบ 100% ภายในปีการศึกษา 2561 แต่กลายเป็นว่าคำขอจัดสรรงบประมาณในปีงบ 2561 กลับลดลงไปกว่าครึ่ง จากที่ทราบว่างบเดิมที่ สพฐ.ได้รับเพื่อใช้แจกจ่ายจัดซื้อหนังสือเป็นเงิน 5,000 ล้านบาท แต่ปีงบ 2561 ถูกลดเหลือเพียง 2,500 ล้านเท่านั้น

แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวอีกว่า เพียงเริ่มปีงบ 2561 ก็ป่วนแล้ว เช่น เปิดภาคเรียนเดือนพฤษภาคม บางโรงเรียนที่ได้รับเงินจัดสรรงบไม่รู้จะต้องทำอย่างไร เพราะนโยบายไม่แน่นอน ปรับเปลี่ยนไปมา อีกทั้ง ทางโรงเรียนได้รับเงินจัดสรรมาให้เพียง 50% เท่านั้น ทำให้บางโรงเรียนจัดซื้อ และแจกหนังสือไปก่อน บางโรงเรียนได้รับเงินเท่าไหร่ ก็แจกเท่าที่ได้รับเงินมา บางโรงเรียนเอาหนังสือของรุ่นพี่กลับไปให้รุ่นน้องใช้ ทั้งนี้ เกิดสถานการณ์ซ้ำซ้อนขึ้นมาหลายเรื่อง เช่น ปีการศึกษานี้ประกาศใช้หลักสูตรการเรียนการสอนใหม่ในบางรายวิชา จำเป็นต้องใช้ตำราใหม่ เมื่อโรงเรียนได้รับเงินจัดสรรมาเพียง 50% ไม่สามารถซื้อหนังสือเรียนแจกได้ครบ จะแก้ปัญหาโดยการขอหนังสือรุ่นพี่มาเรียนก็ไม่ได้

“เมื่อโรงเรียนทวงถามไปยัง สพฐ.กลับได้รับคำแนะนำว่า ให้โรงเรียนซื้อหนังสือแจกนักเรียนไปก่อน ส่วนเรื่องเงินว่ากันอีกที เรื่องราวจึงบานปลาย เพราะโรงเรียนไปเอาหนังสือจากร้านค้ามาโดยที่ติดเงินไว้ก่อน และทางร้านค้าส่วนใหญ่จะซื้อหนังสือกับองค์การค้า (อค.) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) โดยซื้อเป็นเงินสด และเป็นธรรมดาที่ร้านค้าต้องหาเงินมาหมุน จะเรียกเก็บจากโรงเรียนยังไม่ได้ เพราะทราบดีว่าโรงเรียนไม่มีเงินจ่าย เพราะยังไม่ได้รับการจัดสรรงบจาก สพฐ.ท้ายสุดแล้วร้านค้าเหล่านี้ต้องหาเงินจากส่วนอื่นมาจ่ายให้ อค.หรือสำนักพิมพ์ก่อน ปัญหานี้กลายเป็นปัญหาลูกโซ่ที่ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร เมื่อถามถึงยอดเงินที่เสียหาย ไม่มีใครทราบจำนวนที่แน่ชัด แต่เมื่อคำนวนจากการจัดซื้อหนังสือเรียนตามระบบ จะพบว่ายอดที่ สพฐ.ได้รับในการจัดสรรงบเพื่อซื้อหนังสือเรียนมีอยู่ 5,000 ล้านบาท แต่ปีงบ 2561 ได้รับจัดสรรครึ่งหนึ่ง เท่ากับโรงเรียนอาจเป็นหนี้รวมกันทั่วประเทศกว่า 3,000 ล้านบาท” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ปัญหานี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นในระบบการศึกษาไทย ตนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหาก ศธ.ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ซึ่งปัญหานี้จะเป็นปัญหาต่อเนื่องไปถึงปีหน้าแน่นอน แล้ว ศธ.จะจัดการปัญหานี้อย่างไร ถามว่าทำได้หรือไม่ ทำได้แน่นอน เช่น เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.มอบนโยบายช่วยเหลือครูโดยไม่ต้องทำงานธุรการ แก้ปัญหาโดยการจ้างคนเพิ่ม โดยใช้เงินจากงบเหลือจ่ายมาจ้างคนทำงานส่วนนี้ และต่อไปครูทำหน้าที่สอนหนังสือ แสดงว่า ศธ.มีเงินที่สามารถช่วยเหลือจัดการปัญหานี้ได้ แต่ทำไม ศธ.ถึงมองไม่ห็นปัญหานี้ กลับนำเงินไปแก้ไขปัญหาอย่างอื่น ทั้งที่ควรนำเงินมาช่วยเหลือนักเรียน และโรงเรียนก่อน ขอให้เห็นความสำคัญตรงนี้ด้วย