เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม เจ้าของร้านขายหนังสือแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคเหนือตอนล่าง เปิดเผยกรณีโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไม่มีเงินจ่ายค่าหนังสือเรียนให้กับร้านค้า ทำให้ร้านค้าไม่มีเงินจ่ายให้องค์การค้า (อค.) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และสำนักพิมพ์อื่นๆ เนื่องจากนโยบายการบริหารจัดการหนังสือเรียน และแบบฝึกหัดตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน เนื่องจาก นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.มอบนโยบายว่าในปีการศึกษา 2561 ให้ ศธ.แจกหนังสือเรียนครบ 100% แต่ขณะนี้โรงเรียนได้รับจัดสรรงบประมาณเพียงครึ่งหนึ่ง ทั้งที่เปิดภาคเรียนที่ 1/2561 มาหลายเดือนแล้ว แต่โรงเรียนยังไม่ได้รับเงินจาก สพฐ.เพื่อจ่ายค่าหนังสือเรียนที่สั่งซื้อจากร้านค้า ทำให้ถูกร้านค้าทวงค่าหนังสือเรียน คาดว่าจำนวนเงินที่โรงเรียนติดค้างอยู่จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาท ว่า ขณะนี้ร้านของตนเดือดร้อนมาก เพราะไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากโรงเรียนได้ โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ที่ไม่มีเงินจ่ายค่าหนังสือให้ร้านเลย ส่วนโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ก็มีปัญหาเช่นกัน
เจ้าของร้านคนเดิมกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เนื่องจากนโยบายของ ศธ.ที่กำหนดว่าในปีการศึกษา 2561 ให้ทุกโรงเรียนต้องเเจกหนังสือเรียน 100% แต่โรงเรียนได้รับงบประมาณเพียง 50% เท่านั้น บางโรงเรียนจัดซื้อตามงบที่ได้รับ แต่บางโรงเรียนสั่งซื้อหนังสือกับตนครบ 100% และจะจ่ายให้อีกเมื่อโรงเรียนได้รับเงินที่เหลือจาก สพฐ.แต่จนถึงขณะนี้ทางโรงเรียนยังไม่ได้รับเงินจาก สพฐ.เลย และทางร้านจะเรียกเก็บเงินก็ไม่ได้ เพราะทราบดีว่าโรงเรียนไม่มีเงินจ่าย
“ปัจจุบัน ร้านติดต่อซื้อหนังสือเรียนจาก 2 ทางด้วยกัน คือ อค.และสำนักพิมพ์โดยตรง ขณะนี้ทางร้านประสบปัญหาในการซื้อหนังสือเช่นกัน โดยเฉพาะหนังสือจาก อค.ที่จัดส่งหนังสือไม่ทัน ส่งหนังสือให้ร้านไม่ครบ ทางร้านต้องตระเวนหาซื้อหนังสือทั่วประเทศ เพื่อให้จัดส่งตามยอดที่โรงเรียนสั่งซื้อได้ ถึงแม้ร้านจะหาหนังสือให้โรงเรียนครบจำนวน ก็พบปัญหาเดิมอีก คือโรงเรียนไม่มีเงินจ่าย ส่วนการซื้อกับสำนักพิมพ์ ทางสำนักพิมพ์จะไม่สนใจว่าร้าน และโรงเรียนเดือดร้อน เพราะสำนักพิมพ์ถือว่าส่งหนังสือครบตามยอดเเล้ว ต้องได้เงินมา ซึ่งขณะนี้ทางร้านถูกสำนักพิมพ์ตามจี้ทวงเงินแทบทุกวัน” เจ้าของร้าน กล่าว
เจ้าของร้านกล่าวต่อว่า ปัจจุบันทางร้านดูเเลจ่ายหนังสือให้กับโรงเรียนกว่า 100 แห่งในแถบจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ยอดเสียหายที่ร้านต้องเเบกรับ รวมเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งร้านตนไม่ได้ใหญ่โต ยังเดือดร้อนหนักขนาดนี้ แล้วร้านค้าขนาดใหญ่จะต้องประสบปัญหาหนักกว่าตนแน่นอน ไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร ท้ายสุดเเล้วหาทางออกไม่ได้ จะฟ้องเรียกเงินจากทางโรงเรียนหรือไม่ ก็ทำไม่ได้ เพราะทราบว่าต้นตอของปัญหาอยู่ที่หน่วยงานต้นสังกัดคือ สพฐ.ที่ต้องรับผิดชอบ โรงเรียนไม่มีความผิด ถ้าฟ้องจริง ตนจะไปค้าขายกับใคร เพราะโรงเรียนคือลูกค้า อยากให้ ศธ.กำหนดนโยบายที่ชัดเจน และอยากขอร้อง สพฐ.ให้ช่วยโอนเงินให้ทางโรงเรียนเสียที เพราะเดือดร้อนกันหลายส่วนจริงๆ
ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สนผ.) สพฐ.กล่าวว่า นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) รับทราบปัญหานี้ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ส่งหนังสือไปยังสำนักงบประมาณ และได้ทวงถามสำนักงบประมาณแล้วถึง 2 ครั้ง เพื่อของบมาจัดสรรให้โรงเรียน ทั้งยังโทรศัพท์ประสานภายในตลอดเพื่อขอความช่วยเหลือ เพราะขณะนี้ทุกโรงเรียนในสังกัด สพฐ.เดือดร้อนมาก ทางสำนักงบประมาณได้แจ้งให้ สพฐ.ทราบว่ากำลังเร่งรัดหางบช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ และหากได้รับคำอนุมัติงบแล้ว จะรีบส่งเงินมายัง สพฐ.ทันที

