‘ขรรค์ชัย-สุจิตต์’ ทอดน่องราชบุรี มึน ‘เขางู’ ใช้ข้อความจากจารึกปลอม ยันทางการแถลงชัดของเก๊! (คลิป)

28.08.18 | 16:17 น.

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเผยแพร่รายการ ‘ขรรค์ชัย บุนปาน-สุจิตต์ วงษ์เทศ ทอดน่องท่องเที่ยว’ ตอน ‘เข้าถ้ำฤาษีที่เขางู อยู่ราชบุรี เมืองท่าการค้าโลก’ ผ่านเฟซบุ๊กมติชนออนไลน์ ข่าวสด ศิลปวัฒนธรรม และยูทูปมติชนทีวี โดยมีผู้รับชมสดเป็นจำนวนมาก

นายสุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์ในเครือมติชน กล่าวว่า การถ่ายทำรายการครั้งนี้ เริ่มต้นที่บริเวณหน้าเมืองราชบุรี ริมแม่น้ำแม่กลอง เนื่องจากต้องการเล่าถึงภูมิศาสตร์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของการเกิดบ้านเมือง นอกจากนี้แม่น้ำแม่กลองยังเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญเมื่อครั้งรัชกาลที่ 1 ทรงยกทัพไปรับศึกทางตะวันตก ปรากฏหลักฐานในพระราชนิพนธ์เพลงยาวนิราศรบพม่าที่ท่าดินแดง ดังนั้น ทางจังหวัดราชบุรีควรทำป้ายเผยแพร่ข้อมูลโดยคัดบทพระราชนิพนธ์ดังกล่าวไว้บริเวณนี้เพื่อให้ชาวราชบุรีและผู้ที่เดินทางผ่านไปมาได้รับทราบด้วย สำหรับพื้นที่ซึ่งเป็นจังหวัดราชบุรีในปัจจุบัน มีมนุษย์อยู่อาศัยไม่น้อยกว่า 3,000 ปี สืบต่อมาไม่ขาดสาย พบวัฒนธรรมตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ชื่อราชบุรี ตรงกับชื่อเมือง ‘ราชปุระ’ ในจารึกปราสาทพระขรรค์ ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เชื่อว่าเป็นชื่อศักดิ์สิทธิ์ เป็นนคราธิษฐานตามอุดมคติว่าเป็นเมืองที่มั่งคั่ง รุ่งเรือง

นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัทมติชน จำกัด มหาชน กล่าวว่า ตนเกิดที่ราชบุรี ที่นี่คือบ้าน พออายุได้ 1 ขวบบิดาสอบเป็นศึกษาธิการได้จึงย้ายเข้ากรุงเทพฯ พักอาศัยย่านบางขุนเทียน แต่ยังมาเยี่ยมบ้านเสมอ ตอนเด็กยังว่ายน้ำข้ามฝั่งแม่กลอง ซึ่งยุคนั้นยังไม่มีเขื่อนอย่างในปัจจุบัน ในวัยหนุ่ม ตนและนายสุจิตต์ เคยปั่นจักรยานจากในตัวเมืองราชบุรีไปยังเมืองโบราณคูบัว ไปกลับ 15 กิโลเมตร กลับบ้านแล้วไม่สามารถนั่งได้ เนื่องจากเจ็บระบมมาก ยังจำจนถึงทุกวันนี้ โดยมาทราบภายหลังจากป้าของตนว่า หากใช้เส้นทางเลียบรางรถไฟซึ่งชาวบ้านใช้กัน จะมีระยะทางแค่ 3 กิโลเมตรเท่านั้น

จากนั้น นายสุจิตต์ และนายขรรค์ชัย ได้เดินทางไปยัง ‘วัดโขลงสุวรรณคีรี’ ภายในเมืองโบราณคูบัว โดยได้เดินชมโบราณสถานขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงส่วนฐาน และบันไดทางขึ้น

นายสุจิตต์ กล่าวว่า เมืองโบราณคูบัว กว้าง 850 ยาว 700 ม. คนนับถือพุทธศาสนานิกายมหายาน ปะปนนิกายหีนยาน รวมทั้งศาสนาผี กรมศิลปากรเริ่มสำรวจขุดค้นหลัง พ.ศ.2500 เป็นข่าวใหญ่ในนสพ.ช่วง พ.ศ.2503 หนึ่งในชิ้นที่ตนสนใจเป็นพิเศษตั้งแต่เป็นนักศึกษาคณะโบราณคดีเช่นเดียวกับนายขรรค์ชัยคือปูนปั้นรูปนักดนตรีหญิง 5 คน ซึ่งสะท้อนภาพนักดนตรีของเจ้านาย ชนชั้นสูง นั่งพับเพียบ เป็นเอกลักษณ์การอ่อนน้อมถ่อมตัว ท่านั่งแบบนี้ไม่มีในอินเดียและจีน

Advertisement

จากนั้น นายสุจิตต์และนายขรรค์ชัย เดินทางต่อไปยัง ‘เขางู’ เพื่อสักการะพระพุทธรูปห้อยพระบาท มีจารึกอักษรปัลลวะ ภาษาสันสกฤตแปลได้ความว่า ‘พระศรีสมาธิคุปตะเป็นผู้บริสุทธิ์ด้วยการทำบุญ’

“หากมองจากถนนเพชรเกษม จะเห็นเทือกเขางูเป็นทิวยาวหินปูนรูปร่างคล้ายงู ชาวบ้านในอดีตเชื่อว่า เป็นที่สถิตย์ของงูใหญ่ รัฐบาลเผด็จการทหารในอดีตเคยอนุมัติให้ระเบิดหิน โดยใน พ.ศ.2509 มีโรงโม่หินถึง 24 แห่ง ชาวบ้านเคารพนับถือเขางู จึงออกมาเดินขบวนต่อต้าน จนรัฐบาลยอมถอนสัมปทาน นอกจากนี้ ในอดีตเคยมีข่าวใหญ่เรื่องจารึกกระเบื้องจาร ซึ่งสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงว่าเป็นของปลอม แต่ป้ายหน้าเขางูในปัจจุบันกลับนำข้อความจากจารึกปลอมมาใช้ ซึ่งไม่ควรเป็นเช่นนี้ ขอให้กรมศิลปากรช่วยแบ่งปันความรู้เสียใหม่” นายสุจิตต์กล่าว

นสพ.สยามรัฐ 11 ตุลาคม 2509 ลงคำแถลงสำนักนายกรัฐมนตรีว่าจารึกกระเบื้องจารคูบัวเป็นของปลอม แต่เขางูยังใช้ข้อความจากจารึกเผยแพร่บนแผ่นป้ายหน้าทางขึ้นเขา

https://www.facebook.com/MatichonOnline/videos/240262879972069/