เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ดร.เสนีย์ สุวรรณดี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต เปิดเผยว่า จากกรณีที่สภาวิชาชีพ 11 องค์กร ออกมาเรียกร้องให้ปรับร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. … โดยให้ตัดมาตราที่ห้ามไม่ให้สภาวิชาชีพทำหน้าที่รับรองหลักสูตรที่เกี่ยวกับวิชาชีพออก และแถลงข่าว เพื่อไม่ให้การจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษากระทบต่อชีวิต และสวัสดิภาพของประชาชนนั้น ฟังในมุมสภาวิชาชีพก็เข้าใจได้กับข้อห่วงใย เพราะอาชีพที่ต้องมีสภาวิชาชีพรับรอง เกี่ยวข้องกับชีวิต และความปลอดภัย แต่ที่ผ่านมาจะเห็นว่า แม้สภาวิชาชีพเข้ามากำกับดูแลสถาบันตั้งแต่กระบวนการแรก ยังมีบางสถาบันที่ทำไม่ถูกต้อง ซึ่งตนเชื่อว่านั่นคือสัจธรรมที่ว่า ในทุกสังคม และวงการ มีทั้งคนดี และคนไม่ดี หมายความว่าไม่ว่าระบบเก่า หรือใหม่ จะเป็นอย่างไร คงมีทั้งคนดี และคนไม่ดีใช่หรือไม่
“ผมไม่อยากให้มองว่า ถ้าสภาวิชาชีพต้องหลุดจากวงโคจรของขั้นตอนการพิจารณาเห็นชอบ และกำกับหลักสูตร สถาบันต่างๆ จะพากันเกเรไปทั้งหมด ส่วนตัวยังเชื่อว่าสถาบันการศึกษาที่ดีส่วนมาก ยังคงอิงเกณฑ์ และแนวปฏิบัติต่างๆ ของสภาวิชาชีพนั้นๆ คงไม่มีใครทำอะไรตามใจชอบ ในมุมของผู้ผลิตต้องระวังว่าสินค้าที่ผลิตออกไป ต้องได้มาตรฐาน และได้รับการรับรอง เพราะไม่เช่นนั้นสินค้าจะขายไม่ได้ ไม่มีคนซื้อ ต่อไปกลไกตลาดจะทำให้ผู้ผลิตรายนั้นต้องปิดตัวไป” ดร.เสนีย์ กล่าว
ดร.เสนีย์กล่าวอีกว่า คิดว่าหลักคิดของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายเรื่องนี้ มีเจตนาเพียงให้การบริหารจัดการหลักสูตรคล่องตัว แบ่งหน้าที่กันทำ แต่ละฝ่ายที่มีอำนาจ และหน้าที่ ต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วย กฎหมายมิได้ยกเลิกอำนาจในการคัดเลือก กลั่นกรอง และการให้ใบอนุญาตในการประกอบวิชาชีพของผู้สำเร็จการศึกษาของสภาวิชาชีพ ดังนั้น กฎเกณฑ์ปลายทางที่สภาวิชาชีพตั้งขึ้น ยังมีความศักดิ์สิทธิ์ในการให้สถาบัน และผู้เรียน ต้องพยายามเดินอยู่ในเส้นทาง เพื่อให้ผลผลิตของสถาบัน และอนาคตของผู้เรียน มีคุณสมบัติในการไปสอบเพื่อรับใบอนุญาตฯ ได้อย่างแน่นอน
“ที่ผ่านมา มีทั้งบัณฑิตที่สอบผ่าน และสอบไม่ผ่าน สะท้อนว่าแม้คุมเข้มเต็มที่ แต่มิได้ทำให้คุณภาพของผู้จะเข้าสู่วิชาชีพมีคุณภาพเต็มร้อย และการสอบไม่ผ่าน คงมิใช่เพราะการควบคุมหลักสูตรของสภาวิชาชีพไม่ดี หรือสถาบันการศึกษาไร้คุณภาพ แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ จากตัวบัณฑิตเอง วันนี้ ผมคิดว่าสถาบันการศึกษากับสภาวิชาชีพควรมานั่งคุยกัน ว่าจะทำงานร่วมกันในระบบใหม่อย่างไร โดยที่ต่างฝ่ายต่างไว้เนื้อเชื่อใจกัน” ดร.เสนีย์ กล่าว

