เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยถึงกรณีโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เช่น โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และโรงเรียนในสังกัดคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ประสบปัญหาไม่มีเงินจ่ายค่าหนังสือเรียนให้แก่ร้านค้า เนื่องจากนโยบายของ ศธ. เรื่องการบริหารจัดการหนังสือเรียน และแบบฝึกหัดตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่า ศธ.จะแจกหนังสือเรียนครบ 100% ขณะนี้ โรงเรียนได้รับจัดสรรงบประมาณเพียงครึ่งหนึ่ง ทั้งที่เปิดภาคเรียนที่ 1/2561 มาหลายเดือนแล้ว แต่โรงเรียนยังไม่ได้รับเงินจากต้นสังกัดเพื่อจ่ายค่าหนังสือเรียน ทั้งที่สั่งซื้อจากร้านค้า ทำให้ถูกร้านค้าทวงค่าหนังสือเรียน ว่าในส่วนของสถานศึกษาอาชีวศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ไม่มีปัญหาอะไร เนื่องจาก สอศ.จัดสรรเงินค่าหนังสือเรียนตามโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และโอนค่าหนังสือเรียนไปให้สถานศึกษาอาชีวะศึกษารัฐและเอกชนครบทุกแห่งแล้ว โดยเป็นค่าหนังสือเรียนทั้ง 2 ภาคเรียน ปีการศึกษา 2561 แบ่งเป็น อาวีชะรัฐจำนวน 437 ล้านบาท และอาชีวะเอกชนจำนวน 180 ล้านบาท
ด้านนายบุญส่ง จำปาโพธิ์ รองเลขาธิการ กอศ. กล่าวว่า เงินสนับสนุนค่าหนังสือเรียน ครอบคลุมนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ทุกคนทุกสาขาวิชาและทุกระดับชั้น นักเรียนจะได้รับเงิน 1,000 บาทต่อหัวต่อภาคเรียน รวม 2 ภาคเรียน เป็นเงิน 2,000 บาท และยืนยันว่าปีการศึกษาต่อไปจะไม่มีปัญหาเเน่นอน
“เรื่องงบหนังสือเรียนจะล่าช้าไม่ได้ หากจัดสรรให้ช้านักเรียนจะได้รับผลกระทบอย่างมาก ดังนั้น สอศ.จำต้องรีบจัดสรรงบประมาณให้เสร็จก่อนเปิดภาคเรียน ภาคเรียนที่ 1 ต้องจัดสรรงบให้สถานศึกษาเสร็จก่อนเดือนพฤษภาคม และภาคเรียนที่ 2 ต้องจัดสรรให้เสร็จก่อนเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน โดย สอศ.จะโอนให้สถานศึกษาบริหารจัดการสั่งซื้อหนังสือเอง ซึ่งแต่ละสถานศึกษาจะมีคณะกรรมการในการพิจารณาเลือกซื้อหนังสือเรียน คือคณะกรรมการภาคี 4 ฝ่าย ซึ่งเป็นตัวแทนจากครู ผู้ปกครอง ชุมชน และนักเรียน ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรอง และคัดเลือกรายการหนังสือเรียน ร่วมกับคณะกรรมการบริหารสถานศึกษา เพื่อให้เกิดความเหมาะสมทั้งในเรื่องคุณภาพและราคา โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการภาคี 4 ฝ่ายทั้งรัฐและเอกชน ซึ่งหนังสือเรียนที่ คณะกรรมการประชุมเลือกซื้อมี 3 ลักษณะ คือ 1.หนังสือเรียนประจำรายวิชา มีเนื้อหาครอบคลุมครบถ้วน ถูกต้องตามรายวิชาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร ต้องจัดซื้อตามประกาศรายชื่อหนังสือเรียนในเว็บไซต์ สอศ. 2.หนังสือเรียนเสริมรายวิชา ใช้ประกอบการเรียน ที่จะต้องมีรายละเอียดเนื้อหามากกว่าในหนังสือเรียนประจำวิชาและเนื้อหาต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน และ 3.หนังสืออ่านเพิ่มเติม อ่านประกอบค้นคว้าอ้างอิง และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาชีพ และความรู้ทั่วไป” นายบุญส่งกล่าว
นายบุญส่ง จำปาโพธิ์

