‘สสอท.-ทปอ.มรภ.’ จี้มหา’ลัยจับมือสภาวิชาชีพ

5.09.18 | 12:07 น.

ความคืบหน้ากรณีความขัดแย้งระหว่างมหาวิทยาลัยกับกลุ่ม 11 สภาวิชาชีพ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ… เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดไม่ให้สภาวิชาชีพเข้าไปรับรองหลักสูตร แต่ให้ทำหน้าที่ในการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น ทำให้กลุ่มสภาวิชาชีพออกมาคัดค้าน โดยขอเข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ตัดมาตรา 64, 65 และ 66 ออกจากร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ขณะที่นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ประสานไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อให้ตัดมาตราที่เป็นปัญหาออกแล้ว ส่วนด้านนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุทำนองว่าถ้าร่างพ.ร.บ.เข้าสู่การพิจารณาของสนช.แล้วเห็นว่ามาตราดังกล่าว มีความจำเป็น ก็สามารถใส่กลับเข้าไปได้นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 กันยายน นายวัลลภ สุวรรณดี อธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ในฐานะนายกสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) กล่าวว่า ในส่วนของมหาวิทยาลัยเอกชน คงไม่สามารถบอกได้ว่า การให้สภาวิชาชีพรับรองหรือไม่รับรองหลักสูตร จะส่งผลเสียอย่างไร แต่โดยส่วนตัวคิดว่า สภาวิชาชีพกับมหาวิทยาลัยยังคงต้องมีความสัมพันธ์ร่วมกัน แต่จะเป็นความสัมพันธ์ในลักษณะใดนั้น ก็ต้องมาพิจารณาความเหมาะสม และแนวทางที่เกิดประโยชน์กับสังคมมากที่สุด เชื่อว่าทั้งสองฝ่ายคือ มหาวิทยาลัยและสภาวิชาชีพ มีจุดประสงค์ที่ตรงกัน คือการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ในส่วนข้อกังวลที่ว่า หากไม่ให้สภาวิชาชีพเข้าไปรับรองหลักสูตร แต่ให้ทำหน้าที่สอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเพียงอย่างเดียว จะทำให้มหาวิทยาลัยมีอิสระในการเปิดหลักสูตร ทำให้เกิดการจัดการศึกษาที่ไม่มีคุณภาพนั้น ตนคิดว่าผู้บริหารมหาวิทยาลัยทุกคน ไม่ว่ารัฐหรือเอกชน มีจิตสำนึกที่จะดูแลการจัดการศึกษา มหาวิทยาลัยเอกชนเองถือเป็นตัวเลือกที่จะเข้ามาร่วมจัดการศึกษา

“โดยหลักการผู้บริหารมหาวิทยาลัยทุกคนจะต้องคำนึงถึงการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ตอบสนองความต้องการของสังคม ทำให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่า ส่งลูกเข้าเรียนแล้วจะได้รับการจัดการศึกษาที่ดี จบแล้วสอบใบอนุญาตฯ ได้ มีงานทำ ทั้งนี้ยอมรับว่า อาจมีมหาวิทยาลัยบางส่วนที่จัดการเรียนการสอนที่มีปัญหา แต่เชื่อว่าสังคมจะเป็นตัวตัดสิน หากผลิตบัณฑิตออกมาแล้ว ไม่สามารถสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ หรือมีงานทำได้ ก็ต้องปรับปรุงการเรียนการสอน” นายวัลลภกล่าว

ด้านนายเรืองเดช วงศ์หล้า อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.)อุตรดิตถ์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ(ทปอ.มรภ.) กล่าวว่า มรภ.มีคณะ/สาขาที่เกี่ยวข้องกับสภาวิชาชีพน้อย มีที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือ คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ ซึ่งก็ไม่มีปัญหา เพราะทำงานร่วมกับสภาวิชาชีพอยู่แล้ว คือ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ส่วนตัวเห็นว่า ยังควรให้สภาวิชาชีพเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตร เพราะหลักสูตรมีความสำคัญ หากหลักสูตรดี ผลผลิตบัณฑิตที่ออกมาก็จะดีตามไปด้วย หากให้สถาบันการศึกษาดำเนินการเองทั้งหมด บางแห่งก็อาจมีการจัดการศึกษาที่ไม่เข้มข้น ท้ายที่สุดแล้วจะทำให้ได้บัณฑิตที่ไม่พึงประสงค์ อย่างไรก็ตามการเข้ามาช่วยดูแลหลักสูตรของสภาวิชาชีพนั้น จะต้องเป็นไปในลักษณะของการให้คำแนะนำ ส่งเสริมในระดับที่เหมาะสม ไม่ใช่การเข้าไปก้าวก่ายการจัดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย โดยจะต้องมีความยืดหยุ่น เพราะปัจจุบันการเรียนการสอนบางคณะ/สาขา ต้องปรับให้ทันกับสถานการณ์และเทคโนโลยีที่มีความเปลี่ยนแปลง หากไปกำหนดตายตัว จะทำให้มหาวิทยาลัยขยับได้ยาก