เมื่อวันที่ 11 กันยายน นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า กรณี 11 สภาวิชาชีพ ขอให้ตัดมาตรา 64, 65 และ 66 ออกจากร่าง พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. … เนื่องจากไม่ให้สภาวิชาชีพรับรองหลักสูตรนั้น ไม่มีปัญหาแล้ว เพราะ ศธ.ยอมตัด 3 มาตรานี้ออก ไม่อยากให้ทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็กๆ เพราะเราต้องดูเป้าใหญ่ของประเทศ หากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไม่เกิด ประเทศจะเสียหายมาก จะเสียโอกาสในการพัฒนา โดยเฉพาะการสร้างนวัตกรรมใหม่
นพ.อุดมกล่าวอีกว่า ส่วนที่สภาวิชาชีพตีความมาตรา 40 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 ว่าเป็นการจัดระเบียบวิชาชีพ แต่ไม่ได้ห้ามสภาวิชาชีพรับรองหลักสูตรนั้น ที่ผ่านมาสภาวิชาชีพเข้าไปดูรายละเอียดหลักสูตร โดยกำหนดว่าต้องเรียนกี่วิชา กี่หน่วยกิต เรียกว่าก้าวก่ายการทำงานของมหาวิทยาลัย ทั้งที่มหาวิทยาลัยบอกให้ทำงานในลักษณะแนะนำ และช่วยกันดูหลักสูตร แต่สภาวิชาชีพต้องการกำหนดทุกอย่าง ซึ่งไม่ใช่ โลกทุกวันนี้เปลี่ยนไปมาก และสิ่งที่สภาวิชาชีพกำหนด 20 ปี ไม่เคยเปลี่ยนเลย
“ขณะนี้เป็นปัญหาว่าทุกคนยืนอยู่ในจุดของตัวเอง ไม่มองภาพรวมด้วยกัน ผมไม่เคยบอกว่าสภาวิชาชีพไม่สำคัญ แต่ต้องช่วยกันดู รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายใหญ่ เขียนชัดเจนว่าไม่ให้ก้าวก่าย แต่สภาวิชาชีพยังบอกว่าต้องกำหนดหลักสูตร และไม่มีใครยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว ถ้า พ.ร.บ.แต่ละแห่งไม่ตรงกับรัฐธรรมนูญ ก็ต้องไปเปลี่ยน พ.ร.บ.ของตัวเอง ส่วนข้อกังวลว่าหากบัณฑิตที่จบในแต่ละสาขาไม่สามารถสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ แล้วจะออกมาทำงานแบบเถื่อนนั้น ขอถามกลับว่าสภาวิชาชีพมีมานานแล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพการศึกษาอยู่” นพ.อุดม กล่าว

