ผู้แทนพระองค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นประธานในพิธีและเป็นผู้มอบตราพระราชทานแก่ผู้แทนโรงเรียนทั่วประเทศ จำนวน 3,974 แห่ง ที่ผ่านการประเมิน ได้รับตราพระราชทาน โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ประจำปีการศึกษา 2560 ณ งานมหกรรมวิทยาศาสตร์ ห้องฟีนิกซ์ อิมแพค เมืองทองธานี
โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นจากพระราชประสงค์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้การดำเนินงานโดยมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ซึ่งได้ดำเนินโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2553 เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อปลูกฝังให้เด็กๆ ชอบวิทยาศาสตร์ ธรรมชาติและเทคโนโลยี โดยในปีการศึกษา 2560 ได้ดำเนินโครงการกับโรงเรียนอนุบาลกว่า 21,352 แห่ง ผ่านผู้นำเครือข่ายท้องถิ่น 232 กลุ่ม ซึ่งปรากฏผลสำเร็จ โดยครูและเด็กสนใจและสนุกกับกิจกรรมวิทยาศาสตร์อย่างมาก
ภายหลังจากที่ผู้แทนพระองค์ นายทรงฤทธิ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต กรรมการมูลนิธิสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ได้มอบตราพระราชทานแก่ผู้แทนโรงเรียนดังกล่าวแล้ว เปิดเผยว่า โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ซึ่งมี คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ เป็นประธาน ได้ดำเนินการมา 8 ปีแล้ว เป็นโครงการนำร่องเพื่อส่งเสริมการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ตามพระราชประสงค์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยให้มีความรู้ความเข้าใจทางด้านการศึกษาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันของโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อีกทั้งเป็นการยกระดับการศึกษาไทยให้มีการพัฒนาเทียบเท่านานาอารยประเทศ
นางคิม จงสถิตย์วัฒนา เลขานุการโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย บอกว่า จากวันแรกจนถึงวันนี้ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรเยอะมาก ที่ผ่านมาเราต้องต่อสู้กับการเรียนแบบค่านิยมเดิม จากเรียนแบบท่องจำให้มาเรียนแบบเล่น เพื่อให้เด็กสนุกกับการเรียนวิทยาศาสตร์สมวัย เราพยายามหยิบเอาวิทยาศาสตร์ใกล้ตัวมาสอนให้ได้เรียนรู้จากการทดลอง เราไม่ได้คาดหวังให้เด็กต้องฉลาด แต่ต้องการให้เด็กรู้จักการตั้งคำถาม
นอกจากนั้น ตัวแทนครูจาก 4 ภาคทั่วประเทศ ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ ล้วนปลาบปลื้มใจที่ได้เข้ารับตราพระราชทานและมีความภาคภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ
โดยตัวแทนครูภาคใต้ น.ส.สุวรรณา บุตรสมัน โรงเรียนบ้านนาทุ่งกลาง อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ บอกว่า เป็นครูมา 10 ปี โครงการนี้ทำให้เด็กได้พัฒนาด้านสติปัญญา ร่างกาย สังคม จิตใจ ผลที่ได้คือเด็กเรียนอย่างมีความสุข สนุกสนาน มีพัฒนาการที่ดีขึ้น เกิดความกล้าที่จะถาม กรณีที่เด็กอาจยังไม่กล้าถาม ทางครูจะปรึกษาและเข้าผ่านทางผู้ปกครอง การที่เด็กมีความชอบและได้ทักษะจากการเรียนวิทยาศาสตร์ในชั้นปฐมวัย ส่งผลที่ดีทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้เร็วขึ้นในระดับชั้นต่อๆ ไป โครงการนี้ดีมากสำหรับเด็กปฐมวัย เพราะเป็นช่วงเริ่มต้นของพัฒนการต่างๆ ของเด็ก ทำให้เด็กมีความทรงจำที่ดีกับวิทยาศาสตร์
ตัวแทนครูภาคเหนือ น.ส.วรจนา พุทธวงค์ โรงเรียนอนุบาลดอยหลวง จ.เชียงราย เผยว่า การได้เข้าอบรมในโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย เป็นการสร้างโอกาสให้เกิดมุมมอง ไอเดีย ความรู้ใหม่ๆ ที่สามารถนำมาส่งต่อกับเด็ก ทำให้เรารู้ว่าสามารถนำธรรมชาติที่อยู่รอบตัว มาเป็นสื่อการสอนและยังเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพอย่างมาก เพราะเด็กได้พัฒนาทั้งด้านวิทยาศาสตร์ และชื่นชอบในธรรมชาติ สำหรับผลที่ได้รับคือเด็กชอบ สนใจในวิทยาศาสตร์ เกิดความอยากรู้ กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงความคิดเห็น มีจินตนาการ ทำให้เด็กได้นำไปใช้ในการขึ้นชั้นเรียนต่อไป ร่วมทั้งทำให้ครูได้ไอเดีย สื่อการสอนแบบใหม่ด้วย
ตัวแทนครูภาคตะวันออกเฉียงเหนือ น.ส.อารีย์ เจียมรัมย์ โรงเรียนบ้านโคกสูง จ.บุรีรัมย์ บอกว่า โรงเรียนเน้นให้เด็กเรียนรู้กับธรรมชาติ ซึ่งโครงการนี้เน้นการปฏิบัติทำให้เด็กเกิดความชอบโดยไม่รู้ตัว กระตือรือร้น เกิดความรักโรงเรียน รักท้องถิ่น ไม่เคยขาดเรียน ชอบทำกิจกรรม เด็กมีจินตนาการ ในฐานะครู ดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนสร้างพลังของชาติ
ตัวแทนครูภาคกลาง น.ส.กิติยา ศรีวิชัย โรงเรียนบ้านเกริงกระเวีย จ.กาญจนบุรี เล่าว่า ต่างจากตอนที่ครูเป็นเด็กเยอะมาก เพราะโครงการนี้ทำให้เด็กรักวิทยาศาสตร์ ได้พัฒนาทักษะทุกด้าน ทั้งการสังเกต จำแนก เปรียบเทียบ ทำให้เด็กได้ลงมือทำ เข้าใจ และมีความพร้อมที่จะไปต่อยอดต่างๆ ได้ และเห็นได้ชัดเลยว่าเด็กคิดอะไรได้เยอะจริงๆ รู้ได้ด้วยคำถามที่เด็กถาม เราพาเด็กไปสัมผัสธรรมชาติ ทั้งชุมชน วัด ฯลฯ จนทำให้เราซึ่งเป็นครูก็ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับเด็ก ที่สำคัญเห็นได้ชัดว่าเด็กมีกระบวนการเป็นขั้นตอน มีวิธีการแก้ปัญหา และนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ผลที่ได้รับกลับมาทำให้เรามีกำลังใจในการสอนมากขึ้น
และครูได้นำสิ่งที่ได้จากโครงการนี้ไปบูรณาการในการสอนอีกด้วย

















