เปิดใจ ‘ทพ.ณัฐเมศร์’ อาจารย์ตัวอย่าง ม.มหิดล ปี’58 ชี้ “ต้องปลูกฝังคุณธรรมควบคู่ถ่ายทอดองค์ความรู้”

21.04.16 | 18:31 น.

มม.3

ทพ.ณัฐเมศร์ วงศ์สิริฉัตร สาขาวิชาศัลยศาสตร์ช่องปาก ภาควิชาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) เปิดเผยกรณีที่ มม.ได้ประกาศให้ตนได้รับรางวัลอาจารย์ตัวอย่างของ มม.ประจำปี 2558 ในงานวันพระราชทานนาม มม.ในฐานะที่เป็นครูผู้สั่งสอน และถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่ศิษย์ อีกทั้ง ยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศให้เจริญมั่นคง เนื่องจากเป็นผู้พัฒนาเยาวชนของชาติให้มีความรู้ และจริยธรรม เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณค่าในการสร้างความเจริญให้แก่ประเทศชาติ ว่า มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานในหน้าที่อาจารย์สอนลูกศิษย์ และทำการวิจัย ตลอดเวลา 35 ปีที่ผ่านมา ด้วยความเป็นครูในวิชาชีพเป็นสิ่งท้าทายที่ต้องการให้นักศึกษาจบออกไปเป็นทันตแพทย์ที่มีคุณภาพทำงานให้สังคม มีความรับผิดชอบสูง และรักษาแก่ผู้ป่วยได้อย่างดี เพื่อทำให้คนในสังคมมีสุขภาพที่ดี นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการวิทยาสารทันตแพทย์ของ มม.ซึ่งเป็นวารสารวิชาการที่เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความรู้ และผลงานวิชาการ ซึ่งได้รับความสนใจจากอาจารย์ ทันตแพทย์ นักศึกษาหลังปริญญาของ มม.และจากมหาวิทยาลัยอื่นๆ ในการส่งบทความทางวิชาการเพื่อตีพิมพ์ เนื่องจากเป็นวารสารที่กำหนดการตีพิมพ์รวดเร็วตรงเวลา

มม.2

“รู้สึกยินดี และภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่อาจารย์ ซึ่งนอกจากจะได้ถ่ายทอดองค์ความรู้แล้ว ยังต้องปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการรักษาคนไข้ ผมย้ำกับลูกศิษย์เสมอว่า ขอให้คิดว่าผู้ที่มาใช้บริการ หรือคนไข้เป็นดั่งญาติพี่น้อง อย่ามองคนไข้เป็นหุ่นยนต์ หรือสัตว์ทดลอง เงินทองไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ ถ้าคิดแต่เรื่องเงินทองเราเองจะไม่มีความสุข สำหรับเพื่อนร่วมงานก็เช่นกัน เราต้องรู้จักเอื้อเฟื้อ และเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ผมเองโชคดีได้ร่วมงาน และเรียนรู้เทคนิควิธีการในการถ่ายทอดองค์ความรู้ในวิชาชีพทันตแพทย์จากอาจารย์ผู้ใหญ่หลายๆ ท่าน ทำให้สามารถประยุกต์ใช้กับ Young Staff, Meddle Staff & Senior Staff แต่ละช่วงวัยได้เป็นอย่างดี ผมมีงานสอนทางคลินิกที่เป็นรายวิชาที่ยาก และน่าง่วง ต้องปรับวิธีการสอนให้ดีเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ๆ ให้ได้ไม่ใช่ 30 ปีก่อนเคยสอนอย่างไร ปัจจุบันก็สอนอย่างนั้น เทคโนโลยีไปไกลแล้วต้องยอมรับ และพลิกแพลงให้ได้ นอกจากนี้ เพื่อให้ลดความน่าเบื่อของรายวิชา จะใช้วิธีตกลงกับนักศึกษาตั้งข้อกำหนดให้นักศึกษาได้ร่วมกันทำกิจกรรมท้ายคาบในลักษณะกลุ่ม ทำให้เกิดความสนใจ และตั้งใจมากขึ้น สำหรับนักศึกษาที่มีปัญหาเรื่องการปฏิบัติการผ่าตัด ผมก็จะให้ฝึกเยอะๆ จนเก่งและก้าวหน้ามากขึ้น” ทพ.ณัฐเมศร์กล่าว

มม.4

Advertisement

ทพ.ณัฐเมศร์กล่าวอีกว่า ตนโต และที่ทำงานที่ มม.ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ตนมีความสุข และไม่เคยเครียดกับการทำงาน เพราะคิดเสมอว่างานคือชีวิตของผม แม้ใครจะมองว่าเงินเดือนข้าราชการจะน้อยนิด แต่สำหรับตน มม.มีสวัสดิการให้พอสมควร ตนไม่ทะเยอทะยาน และดำเนินชีวิตด้วยการยึดแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทาน เพื่อให้เราใช้ชีวิตอย่างพอเพียง และอย่ากังวลงานที่จะทำ อาจไม่ดี หรือต่ำต้อยในสายตาผู้อื่น ผลงานที่ได้จะดีเอง ดังนั้น คติในการทำงาน “หลงใหล มุ่งมั่น ตั้งใจ และต้องทำ” งานที่ได้จะดีที่สุด อย่ารอคอยเพราะเวลาไม่เคยคอยใคร คนเราเมื่อมีความ “หลงใหล” ในสิ่งใดเราจะใส่ใจ และจะเกิดเป็นความ “มุ่งมั่น” และ “ตั้งใจ” เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเรา และต่อสังคม มีพลังในการทำงานต่อไป สิ่งสำคัญคือต้อง “ลงมือทำ” ทุกอย่างจะเดินต่อไป ด้วยคติที่ยึดในการทำงาน จึงตั้งเป้าสำหรับงานวิจัย หรือแต่งตำราให้ได้อย่างน้อยปีละ 1 เรื่อง ทุกวันนี้ตนจึงมีงานวิจัย/ตำราที่ได้รับการตีพิมพ์มากกว่า 50 เรื่อง ซึ่งเป็นงานทางด้าน Clinical Research เพราะเป็นงานวิจัยที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้จริง

“ผมอยากเห็นก้าวต่อไปของ มม.เป็นศูนย์กลางทางการศึกษาด้านทันตแพทย์ และจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาเอก Double Degree ผมมองว่าทันตแพทย์ มม.ไม่ใช่แค่อันดับ 1 ของประเทศ แต่เป็นอันดับ 1 ของโลก ดังนั้น การบริการทางทันตกรรมมีสถิติที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ผมมองว่าเครื่องมือทางการแพทย์ เช่น เก้าอี้ทำฟันเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก หากเสียก็ต้องซ่อมในราคาหลักพัน จึงอยากให้ มม.มีโรงเรียนช่างซ่อมเก้าอี้ทำฟัน จัดการเรียนการสอนในแบบประกาศนียบัตร หรือระดับสูงกว่านั้น เพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาได้ประกอบอาชีพเฉพาะทาง เป็นช่างที่ต่างจากช่างซ่อมเครื่องมือแพทย์ทั่วไป เพราะการทำงานของเก้าอี้ทำฟันเป็นการทำงานร่วมกัน 3 ระบบ คือ น้ำ ไฟฟ้า และลม ซึ่ง 3 สิ่งนี้ ต้องมีความสมดุล และเชื่อมโยงกัน ถ้ามีการเปิดโรงรียนได้จะมีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก” ทพ.ณัฐเมศร์กล่าว