เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า ตนได้หารือร่วมกับนายกสภามหาวิทยาลัยและอุปนายกสภา มหาวิทยาลัยของรัฐจำนวน 58 แห่ง เกี่ยวกับผลกระทบที่อาจจะส่งผลต่อสถาบันศึกษาของรัฐที่ดำรงตำแหน่งอธิการบดีและที่อยู่ระหว่างกระบวนการเสนอแต่งตั้ง ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป หลังศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาให้เพิกถอนมติสภามหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) กาญจนบุรี ในการประชุม ครั้งที่ 11/2551 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2551 ที่แต่งตั้งนายปัญญา การพานิช เป็นผู้รักษาการแทนอธิการบดี มรภ.กาญจนบุรี โดยศาลวินิจฉัยว่า การแต่งตั้งรักษาการแทนอธิการ มรภ.กาญจนบุรี เป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย ว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเกี่ยวกับกรณีนี้อย่างกว้างขวางแต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน เป็นเพียงข้อเสนอ ซึ่งสรุปแนวทางแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ 4 แนวทางรวมถึงมีข้อเสนอถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในแต่ละแนวทาง โดย สกอ.จะสรุปข้อเสนทั้งหมดส่งให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณาภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ตัดสินว่าจะเลือกแนวทางใด ส่วนแต่ละแนวทาง จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น คงไม่สามรถบอกได้ เพราะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณาก่อน
นายสุภัทรกล่าวต่อว่า ในที่ประชุมได้หารือถึงกรณีอธิการบดีที่มีอายุเกิน 60 ปี และอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่จำนวน 22 แห่งทั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) มหาวิทยาลัยอื่นๆ และกำลังจะเกษียณในเดือนตุลาคมอีก 1 แห่ง ส่วนใหญ่เห็นว่า อายุไม่ได้บ่งบอกถึงคุณภาพการทำงาน และการที่จะให้สภาไปสั่งให้ลาออก เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ก็ไม่สามารถทำได้ เพราะ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งกำหนดชัดเจนว่า อธิการบดีจะพ้นจากตำแหน่งได้ในกรณีใดบ้าง ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่อธิการบดีมีอายุ 60 ปี ขณะเดียวกันคำสั่งศาลก็จะมีผลผูกพันเฉพาะกรณีเท่านั้น ส่วนกรณีผู้ที่อายุเกิน 60 ปีและอยู่ระหว่างรอเสนอขอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ซึ่งมีอยู่จำนวน 3 แห่งนั้น จะต้องเสนอเรื่องให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. พิจารณา ว่าจะดำเนินการอย่างไร
“ที่ประชุมได้มีข้อตำหนิ สกอ. และ ศธ.ว่า ทำไม่ สกอ.และ ศธ.ไม่ออกแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเกี่ยวกับอายุของอธิการบดีให้ชัดเจนไปเลยว่า ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งอธิการบดีนั้น อายุเกิน 60 ปีได้หรือไม่ ผมก็ได้ชี้แจงไปว่า สกอ.ไม่มีอำนาจ แต่ทั้งนี้จะนำข้อสรุปทุกอย่างเสนอให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.พิจารณา ที่สำคัญยังได้หารือกรณีการสรรหาอธิการบดีใหม่นั้น ก็จะต้องระมัดระวังให้มาก เนื่องสภาและ สกอ. ไม่อยากเห็นการฟ้องร้องในมหาวิทยาลัย เพราะจะทำให้มหาวิทยาลัยบอบช้ำ และไม่สามารถที่จะพัฒนางานมหาวิทยาลัยต่อไปได้ ล่าสุดเพิ่งมีคนร้องเรียนเข้ามาว่า มีผู้ที่อายุเกิน 60 ปีแล้ว มาสมัครเข้ารับการสรรหาด้วย ซึ่งเรื่องนี้ไปห้ามไม่ได้ เพราะในกฎหมายของมหาวิทยาลัยไม่ได้ห้าม” นายสุภัทรกล่าว

