เมื่อวันที่ 18 กันยายน นายธนชน มุทาพร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ชัยภูมิ เขต 1 และประธานชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย (ชร.ผอ.สพท.) เปิดเผยว่า ตามที่แกนนำผอ.สพท.ทั่วประเทศเมื่อเร็วๆ นี้ มีมติให้สนับสนุนแก้ไขพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยคืนอำนาจการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรา 53 จากศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) คืนแก่ผอ.โรงเรียนและผอ.สพท. ตามเดิม โดยตราบใดยังไม่คืนอำนาจ ผอ.สพท.ทั่วประเทศจะเคลื่อนไหวต่อต้านศธจ.เชิงสัญลักษณ์ด้วยการไม่ลงนามในหนังสือต้นเรื่องที่ต้องส่งให้ศธจ.ลงนามทั้งเรื่องเลื่อนเงินเดือน เลื่อนวิทยฐานะและแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการครู แต่ให้รองผู้อำนวยการสพท.ลงนามแทน
นายธนชน กล่าวต่อว่า ล่าสุดผอ.สพท.ทั่วประเทศเริ่มมาตรการนี้แล้ว อย่างกรณีให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าหรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ ซึ่งในส่วนของสพป.ชัยภูมิ เขต 1 มีข้าราชการครูและบุคลกรทางการศึกษามีคุณสมบัติตามกฎก.ค.ศ.ในการปรับอัตราเงินเดือนดังกล่าว จำนวน 57 ราย แยกเป็นเต็มขั้น อันดับ คศ.2 จำนวน 1 ราย อันดับ คศ.3 จำนวน 46 ราย และอันดับ คศ.3 (เกษียณอายุราชการ) จำนวน 10 ราย โดยต้องเสนอร่างคำสั่งให้ครูและบุคลากรทั้ง 47 รายให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำหรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ก่อนการเลื่อนขั้นเงินเดือน ครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม 2561) ให้ศธจ.ชัยภูมิ ลงนาม, ต้องเสนอร่างคำสั่งให้ครูและบุคลากรทั้ง 10 ราย (เกษียณอายุราชการ) ให้ได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าหรือสูงกว่าขั้นสูงของอันดับ ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2561 ก่อนการเลื่อนขั้นเงินเดือนครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม 2561) ให้ศธจ.ชัยภูมิ ลงนาม และแจ้งโรงเรียนในสังกัดทราบ เรื่องนี้ตนไม่ลงนาม แต่ส่งให้รองผอ.สพท.ลงนามแทน เป็นต้น ทั้งนี้แม้การต่อต้านศธจ. จะไม่มีผลในทางปฏิบัติ แต่เป็นการแสดงออกเชิงจิตวิทยาว่าผอ.สพท.ไม่ยอมรับอำนาจของศธจ.


