เมื่อวันที่ 25 กันยายน นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยภายหลังการประชุม กมว. ว่า ที่ประชุมหารือถึงปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับจรรยาบรรณและมาตรฐานวิชาชีพครู และมีมติตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา 4 ชุด คือ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการออกและต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ คณะอนุกรรมการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ และคณะอนุกรรมการพัฒนาแนวทางการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตฯ
นายเอกชัย กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนเทพมงคลรังสี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) เขต 8 กาญจนบุรี ผู้ต้องหาคดีอาญาฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน กรณีสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือหวย 30 ล้าน ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของ สพม.เขต 8 กาญจนบุรี สรุปว่ามีมูลวินัยร้ายแรง และมีคำสั่งให้นายปรีชา มาประจำที่เขตพื้นที่ฯ เพื่อไม่ให้ปฏิบัติการสอน พร้อมกันนี้ได้เสนอให้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) กาญจนบุรี แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และ กศจ.กาญจนบุรี ได้ออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงแล้วนั้น เรื่องนี้ถือว่าคดียังไม่ยุติ กมว.จึงยังไม่สามารถพิจารณาอะไรได้ ขณะที่กรณีนายณฐาภพ บุญทองโท อายุ 50 ปี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านป่าตองท่าเนินสามัคคี จ.นครราชสีมา ซึ่งถูกกล่าวหาแชตไลน์กับนักเรียนหญิงอายุ 14 ปี ชั้น ม.2 นั้น ทราบว่า ถูกลงโทษทางวินัยแล้ว ซึ่งกมว. สามารถดำเนินการเพิกถอนใบอนุญาตฯ ได้ แต่ยังไม่มีการเสนอเรื่องเข้ามา เนื่องจากการประชุมครั้งนี้ เป็นการตั้งคณะอนุกรรมการฯ ทั้ง 4 ชุด โดยเรื่องนี้จะเข้าสู่การพิจารณาของ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งจะต้องเก็บข้อมูลเพื่อเสนอกมว. เพิกถอนใบอนุญาตฯ ต่อไป ซึ่งหากถูกเพิกถอนจะมีผลให้ไม่สามารถเป็นผู้บริหารสถานศึกษาได้ ทั้งรัฐและเอกชน
ประธานกมว. กล่าวต่อว่า กรณีครูปรีชา เกิดขึ้นขณะที่กมว. ชุดนี้ยังไม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นจึงยังไม่มีต้นเรื่องเข้ามา จากนี้คณะอนุกรรมการชุดที่เกี่ยวข้องกับจรรยาบรรณ น่าจะไปจับเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมกมว.ครั้งต่อไป ซึ่งต้องไปสืบข้อเท็จจริงว่า ครูปรีชาผิดจรรยาบรรณข้อไหน การประชุมครั้งนี้เป็นการสร้างความเข้าใจ เพราะกมว.ไม่มีมาตั้งแต่ปี 2558 และมีเรื่องตกค้างมาจากกมว.ชุดเดิม และมีเรื่องทางจรรยาบรรณค้างอยู่ถึง 900 กว่าเรื่อง ซึ่งจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามหน้าที่ของกมว.ไม่ได้มีเฉพาะเรื่องจรรยาบรรณอย่างเดียว ยังมีเรื่องมาตรฐานวิชาชีพ และการพัฒนาส่งเสริมมาตรฐานวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาด้วย
“ที่ผ่านมาคุรุสภา มีการให้รางวัลครูจำนวนมาก แต่ไม่เคยมีการนำรายชื่อครูที่ได้รับรางวัลมาพิจารณาเพิกถอนเลย ดังนั้นสิ่งที่กมว.ชุดนี้จะทำคือ ครูคนใดที่เคยได้รับรางวัลจากคุรุสภาไปแล้ว หากในอนาคตมีประวัติที่เสีย หรือมีประวัติที่ไม่ถูกต้องตามจรรยาบรรณ เราจะเพิกถอนรางวัลของครูคนดังกล่าวออก หรือครูที่มีปัญหาอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบกรณีประพฤติผิดจรรยาบรรณ เมื่อมาขอต่อใบอนุญาตฯ เราจะระงับการต่อใบอนุญาตฯ ไว้ก่อน จนกว่าคดี หรือการสอบสวนจะสิ้นสุด ดังนั้นเมื่อไรก็ตามที่ครูรายใดถูกระงับหรือพักใช้ใบอนุญาตฯ จะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ครูได้ แต่หากถูกเพิกถอน ก็จะไม่สามารถทำอาชีพเป็นครูได้เลย โดยเท่าที่ทราบมีครูที่ได้รับรางวัลประเภทต่างๆ จากคุรุสภา ไปแล้วกว่า 1 หมื่นราย ขั้นตอนจากนี้ จะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปสำรวจว่าครูที่ได้รางวัลจากรคุรุสภาและมีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับจรรยาบรรณกี่ราย ติดคดีอะไรบ้าง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ผมยังสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปสำรวจด้วยว่าครูปรีชาเคยได้รับรางวัลอะไรจากคุรุสภาบ้าง ถ้าได้ อาจต้องมีการเพิกถอน แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ไม่มีชื่อครูปรีชาได้รับรางวัลจากคุรุสภา” นายเอกชัยกล่าวและว่า สำหรับการมอบรางวัลของคุรุสภาในปีต่อไป จะให้ครูสมัครเข้ามาให้คุรุสภาคัดเลือก ตามคุณสมบัติที่กำหนด จากเดิม ที่ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เป็นผู้คัดเลือก เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม

