องค์การค้าฯ เร่งเคลียร์ปัญหาพิมพ์หนังสือเรียน ‘สสวท.-สพฐ.’

25.09.18 | 15:05 น.

เมื่อวันที่ 25 กันยายน  นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้า กรณีที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เตรียมพิจารณาเลิกจ้างองค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จัดพิมพ์หนังสือเรียนที่สสวท.เป็นผู้แต่ง เนื่องจากที่ผ่านมา การจัดพิมพ์หนังสือเรียนขององค์การค้าฯ มีความล่าช้า  ซึ่งก็สอดคล้องกับการจัดพิมพ์สื่อการเรียนการสอนทางไกล ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน ว่า เรื่องนี้ถือว่า องค์การค้าฯ โดนสอนมวย  ดังนั้นต่อไปองค์การค้าฯ จะต้องปรับปรุงเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันต่อการแข่งขันในอนาคต ส่วนกรณีของสสวท.นั้น เท่าที่ทราบ ขณะนี้มีการเจรจากันเข้มข้น  ส่วนทางสพฐ. ก็ได้ดูข้อกฎหมายแล้ว่า สามารถ จ้างสำนักพิมพ์อื่นได้  ตรงนี้ ถือเป็นตัวกระตุ้นให้องค์การค้าฯ ปรับตัวแล้ว  คิดว่าผู้อำนวยการองค์การค้าฯ คนใหม่ก็คงคิดหาทางแก้ไขเรื่องนี้แล้ว

นายวีระกุล  อรัณยะนาค ผู้ตรวจราชการศธ. ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ  กล่าวว่า  เท่าที่ตนดูปัญหาการจัดพิมพ์หนังสือเรียนขององค์การค้าฯ ภาพรวมอยู่ที่กระบวนการ  ซึ่งมีความเชื่อมโยงตั้งแต่การส่งต้นฉบับ หากไม่มีความล่าช้า ส่วนตัวเชื่อว่าองค์การค้าฯจะสามารถจัดพิมพ์หนังสือเรียนได้ทันตามกำหนดแน่นอน ดังนั้นการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ควรมาทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างองค์การค้าฯ และสพฐ. หรือหน่วยงานที่จะจ้าง องค์การค้าฯ จัดพิมพ์หนังสือเรียน ให้เป็นระบบ เช่น ต้องส่งต้นฉบับเมื่อไร ดำเนินการจัดพิมพ์ให้แล้วเสร็จภายในเมื่อไร เชื่อว่า เมื่อมีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน จะสามารถจัดพิมพ์หนังสือเรียนได้ตามกำหนดอย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตามในส่วนของ สสวท. ทราบว่า มีแนวคิดจะหาโรงพิมพ์เอกชนมาดำเนินการแทน  แต่ทางองค์การค้าฯ พยายามเข้าไปประสานและเจรจา เพื่อสร้างความมั่นใจ โดยจากข้อมูล สสวท. จ้างองค์การค้าฯ จัดพิมพ์หนังสือเรียนกว่าปีละ 800 ล้านบาท

“ผมจะนำเรื่องดังกล่าวรวมถึงแผนการดำเนินการเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการองค์การค้าฯ เร็ว ๆ นี้ ซึ่งหากที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่เสนอ ผมมั่นใจว่าจะสามารถพิมพ์หนังสือเรียนได้ทันภายในเดือนเมษายน ปี2562 อย่างแน่นอน หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถส่งต้นฉบับให้องค์การค้าฯ ได้ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ”นายวีระกุลกล่าว และว่า จากการตรวจสอบผลประกอบการภาพรวมขององค์การค้าฯ ในปีนี้ เบื้องต้นพบว่า มีรายได้ประมาณ 2,500 ล้านบาท  มีผลกำไรมากกว่าปีที่ผ่าน ซึ่งมีรายได้ไม่ถึง 2,000 ล้านบาท ส่วนจำนวนยอดหนี้ เบื้องต้นอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามากพอสมควรแต่มีแผนในการชำระหนี้กับหน่วยงานต่าง ๆ ไว้แล้ว ส่วนปีที่ผ่านมาสามารถชำระหนี้ไปได้เท่าไรนั้น ตนยังไม่ทราบตัวเลขที่แน่นอน