‘หมอธี’ ใช้เวทีผอ.สพท.กำราบ ‘บิ๊กเขต’ อย่าเอาอย่าง ‘งดเซ็น’หนังสือเสนอศธจ.

26.09.18 | 17:45 น.

เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่โรงเเรม ไมด้า แกรน์ ทวารวดี จ.นครปฐม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(ผอ. สพท.)และรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ว่า หลังจากเกิดเรื่องที่มีแกนนำผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ทั่วประเทศ มีมติสนับสนุนการแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยคืนอำนาจการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 53 จากศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ให้แก่ผู้อำนวยการโรงเรียน และผู้อำนวยการสพท. ตามเดิม โดยหากยังไม่คืนอำนาจ จะต่อต้านเชิงสัญลักษณ์ด้วยการไม่ลงนามในหนังสือต้นเรื่องที่ต้องส่งให้ศธจ.ลงนาม ทั้งเลื่อนเงินเดือน วิทยฐานะและการแต่งตั้งโยกย้ายครู แต่มอบให้รองผู้อำนวยการ สพท.ลงนามแทน ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา ตอนเเรกตนจะไม่มางานนี้ อย่างไรก็ตามตนรับปากไว้แล้วว่าจะมา และที่สำคัญที่ตนคิดว่าคนส่วนใหญ่ในที่นี้ไม่เห็นด้วยกับวิธีการเด็กๆ ที่ได้ไม่ดังใจก็จะประท้วงเอาอย่างที่ตนอยากจะได้ หรืออยากให้ใช้มาตรา 44  คำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งประเทศไทย มาแก้ไขกฎหมาย คงทำไม่ได้ หากท่านใดพบผู้นำชวนออกมาประท้วงขอให้อย่าไปตามเพราะไม่ใช่ผู้นำที่ดี

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวว่า วันนี้มาย้ำ กับผอ.สพท.ทุกเขตพื้นที่ เรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาว่าจะทำอย่างไรให้การประกันคุณภาพการศึกษาดีขึ้น ซึ่งต้องเริ่มจากการประเมินตนเองที่เข้มข้น และให้มีการตรวจสอบจากภายนอก คือสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) มาสักซ้อมว่าการประเมินต้องทำให้ได้ที่กำหนด และสำคัญที่สุดคือ แต่เดิมคือส่วนกลางมอบนโยบายลงให้ฝ่ายปฏิบัติทำตาม ในขณะที่สำนักงานหรือหน่วยงานบางส่วนทำไม่ได้ ทำไม่เป็น ดังนั้นต่อไปจะไม่ทำแบบนี้ ตนให้ทุกเขตพื้นที่ฯ ประเมินตนเองด้วย โดยการเขียนประเมินตนเองใน 3 ข้อ ประกอบด้วย 1.ระดับมาตรฐานที่โรงเรียนอยู่ปัจจุบัน 2.หลักฐานที่แสดงว่าโรงเรียนอยู่ในระดับนั้น ตามเกณฑ์ของโรงเรียนประชารัฐ และข้อมูลจากแหล่งต่างๆ  และ3.แผนพัฒนาเพื่อให้โรงเรียนก้าวหน้าขึ้นไปอีก 1 ขั้น เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา ดังนั้นต่อไปการทำรายงานเอกสารจำนวนมาก ให้เหลือเพียง 2-3 แผ่นเท่านั้น

“เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือการจ้างธุรการครู ขอยืนยันว่าจะมีการจ้างธุรการครูแน่นอน ขณะนี้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งการจ้างธุรการครู จะต่างจากคำว่าครูธุรการ ที่ในอดีตที่ใช้งานครูผิดประเภท เพราะครูธุรการจะสอนและทำงานธุรการด้วย และภารโรง ต่อไปนี้จะให้ผู้อำนวยการโรงเรียนเหมาจ่ายจ้างภารโรงมาทำงาน โดยอาจจะจ้างคนในชุมชเพื่อสร้างงานสร้างอาชีพ อย่างไรก็ตาม ทุกหน่วยงานในสพฐ. จะต้องพูดคุยกันและวางแผน ขณะนี้ได้เตรียมเงิน 2-3 พันล้านบาท เพื่อจ้างบุคคลเหล่านี้ เพื่อสนับสนุนคนครูที่เป็นแก่นในสอนนักเรียนให้ทำงานอย่างจริงจัง” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

Advertisement