สังคมไทยรณรงค์กันเหลือเกินเรื่อง ธรรมาภิบาล
6 หลักธรรมาภิบาล ประกอบด้วย คุณธรรม นิติธรรม โปร่งใส มีส่วนร่วม รับผิดชอบ และคุ้มค่า
หวังว่าธรรมาภิบาลจะเป็นทางออกกับปัญหาเรื่องอธิการบดี มรภ. และ มทร.
ประเด็นเรื่องอธิการบดีที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในปัจจุบัน ต้องถามว่า ยังคงธำรงหลักธรรมาภิบาลเอาไว้อยู่หรือเปล่า
เมื่อศาลปกครองสูงสุดตัดสินว่า การตั้งอธิการบดี มรภ. และ มทร. ที่อายุเกิน 60 ปีนั้นผิดกฎหมาย
แล้วกฎหมายที่บังคับใช้กับ มรภ. และ มทร. ก็เป็นฉบับเดียวกัน
เมื่อการตั้งอธิการบดีที่มีอายุ 60 ปี ณ ที่หนึ่ง ศาลพิพากษาว่าขัดกฎหมาย
แล้วอธิการบดีที่ใช้กฎหมายเดียวกันจะมีผล “เป็นอื่น” ไปได้อย่างไร
ดังนั้น เมื่อคำตัดสินจากศาลปกครองสูงสุดปรากฎ จึงมีปฏิกริยาจากอธิการบดีที่มีอายุเกิน 60 ปีที่แตกต่าง
ฝ่ายหนึ่ง ยอมรับและแสดงสปิริตด้วยการลาออก
อีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ยอมออก รอให้มีการตัดสิน
ล่าสุด นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการเสนอแนะ 2 แนวทาง
ทางหนึ่ง คือ รอรัฐมนตรีคนใหม่มาตัดสิน
อีกทางหนึ่ง คือ ให้ทุกมหาวิทยาลัยร้องศาลปกครองกันเอง
แต่ทั้ง 2 ทางล้วนแล้วแต่เป็นรอการตัดสินของผู้อื่น ไม่ใช่การตัดสินของตัวเอง
คำถามที่ตามมาคือ เช่นนี้ผิดหลักธรรมภิบาลหรือไม่
ผิดหลักคุณธรรมหรือเปล่า ผิดหลักนิติธรรมหรือไม่ ผิดหลักรับผิดชอบบ้างไหม
หากหยิบยกเอาเรื่องธรรมาภิบาลขึ้นมา อาจจะช่วยให้หลายคนได้คิด
ได้ตัดสินใจเลือกทำตามหลักธรรมาภิบาล

