สกสค.แนะครูถูกโกงเงินประกันร้องคปภ.-เลิกปล่อยกู้ช.พ.ค.8

30.09.18 | 06:02 น.

จากกรณีตัวแทนกลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ พร้อมด้วยตัวแทนครูจากทุกภาคของประเทศกว่า 50 คน ยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ กรณีสกสค. ธนาคารออมสิน และบริษัททิพยประกันภัย จำกัด(มหาชน) ที่ส่อว่าจะฉ้อโกงประชาชน กรณีโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) 1-7 ตั้งแต่ปี 2547  ซึ่งมีการหักประกันสัญญาเงินกู้ที่อ้างว่าจะเอาเงินที่หักแต่ละครั้งไปประกันชีวิต โดยครูทั้งหมดที่กู้โครงการ 5-7 ถึงร้อยละ85 ทั้งหมดทางต้องยอมจ่ายเบี้ยฯ รายละ 186,300 บาท เพื่อประกันชีวิต แต่สุดท้ายจริงๆแล้วก็ไม่ได้กรมธรรม์ตามที่สัญญาไว้ ทำให้ครูทั่วประเทศเดือดร้อนกว่า 450,000 คน ทั้งนี้เมื่อครูทวงถามก็ไม่ได้คำตอบ ซึ่งการประกันชีวิต เป็นการทำประกันชีวิตกับบริษัทที่รับประวินาศภัย ไม่สามารถทำประกันชีวิตได้ และสุดท้ายกลายเป็นประกันอุบัติเหตุรายปีและต้องกลายเป็นว่าจ่ายเบี้ยประกันกินเปล่า ทำให้ครูต้องมีภาระดอกเบี้ยรวม 3 สัญญา มูลค่าร่วม 40,000 ล้านบาท ซึ่งนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มอบหมายให้นายพีระ รัตนวิจิตร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค.หาช่องทางกฎหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 29 กันยายน นายพีระ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นเรื่องของผู้กู้และบริษัทประกันภัยไม่เกี่ยวข้องกับธนาคารออมสิน และสกสค.แต่ทางสกสค.พร้อมให้คำแนะนำทางข้อกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้นนพ.ธีระเกียรติ แนะนำให้ผู้เสียหายแจ้งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ขณะที่สกสค. อยู่ระหว่างให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมประเด็นคำถามต่าง ๆ ของทางผู้ร้องเรียน และในอนาคตจะมีการแก้ไข โดยเปิดกว้างให้มีบริษัทประกันภัยเข้ามาเป็นตัวเลือกให้ผู้กู้มากขึ้น แทนที่จะมีเพียงบริษัทเดียวทำให้เกิดการผูกขาดอย่างที่ผ่านมา

“ส่วนตัวคิดว่าสกสค. ไม่ควรทำหน้าที่ปล่อยกู้ เพราะจะไปซ้ำซ้อนกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ ดังนั้นในช่วงที่ผมปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสกสค. จะไม่มีการปล่อยกู้ช.พ.ค.-ช.พ.ส.ในโครงการที่ 8 ต่อไปแน่นอน แต่จะเดินหน้าดูแลสวัสดิการครูให้รอบด้านมากยิ่งขึ้น”นายพีระกล่าว