‘คุรุสภา’ ชู 5 ข้อ พัฒนา ‘แม่พิมพ์ไทย’ บนเวที ‘สภาครูอาเซียน’ ที่ฟิลิปปินส์

1.10.18 | 01:07 น.

ครูŽ เป็นวิชาชีพที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติอย่างมาก เพราะครูคือผู้ให้ความรู้ และผลักดันนักเรียน ให้เติบโตไปเป็นกำลังในการพัฒนาบ้านเมือง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของประเทศได้ ดังนั้น อาชีพครูจึงมีความสำคัญ สังเกตได้ว่านโยบายพัฒนาครูกลายเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่รัฐบาลส่วนใหญ่ คิดและพัฒนาครูในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาครูไม่ได้จำกัดเพียงในประเทศเท่านั้น วิชาชีพครูŽ ต้องมีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความรู้ แนวทางการพัฒนาระหว่างประเทศ เพื่อประยุกต์ให้วิชาชีพนี้สามารถพัฒนาคนให้ทันยุคทันสมัย จึงเกิดองค์กรครูในระดับโลกขึ้นมากมาย

เมื่อ อาเซียนŽ ก่อตั้งขึ้น เหล่าประเทศสมาชิกอาเซียนเล็งเห็นถึงความสำคัญของการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ของครู เห็นว่าควรให้ครูในภูมิภาคนี้มีเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดต่อไปได้ จึงร่วมกันก่อตั้ง สภาครูอาเซียนŽ ในระหว่างการประชุมสมาพันธ์องค์กรวิชาชีพครูแห่งโลก (World Confederation of Organizations of the Teaching Profession หรือ WCOTP) และการประชุมของสภาองค์การครูเสรีระหว่างประเทศ (International Federation of Free Teachers Union หรือ IFFTU) ระหว่างปี พ.ศ.2519-2521

การประชุมครั้งนั้น มีผู้นำองค์กรครูจากสาธารณรัฐอินโดนีเซีย, สหพันธรัฐมาเลเซีย, สาธารณรัฐฟิลิปปินส์, สาธารณรัฐสิงคโปร์ และไทย ร่วมประชุม และหารือเรื่องของการจัดให้มีเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกันขององค์กรครูของประเทศในกลุ่มอาเซียนขึ้น และได้มีมติให้จัดตั้งองค์การครูแห่งอาเซียนอย่างเป็นทางการขึ้นมา โดยให้ใช้ชื่อว่า ASEAN Council of Teachers (ACT) หรือสภาครูอาเซียน

Advertisement

ประเทศที่เป็นสมาชิกสภาครูอาเซียน (ASEAN Council of Teachers-ACT) มี 9 ประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ไทย, บูรไน ดารุสซาลาม, กัมพูชา, สปป.ลาว และเวียดนาม ขาดพม่าเพียงประเทศเดียวที่ยังไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก

สภาครูอาเซียนเป็นองค์กรที่รวมตัวกันแบบหลวมๆ และค่อนข้างเป็นอิสระ มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดความเข้าใจ และสันติภาพในระดับนานาชาติ เพื่อกระชับมิตรภาพระหว่างผู้ประกอบวิชาชีพครู และประชาชนในภูมิภาคให้แน่นเฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมของครูกับองค์กรครูในการพัฒนาในระดับชาติ และภูมิภาค โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และวัฒนธรรม เพื่อยกระดับสถานภาพ และปรับปรุงสภาพการทำงาน และสมรรถนะด้านวิชาชีพของครูในภูมิภาคอาเซียน

เหล่าตัวแทนครูในประเทศอาเซียน ต่างมาพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความรู้กันปีละ 1 ครั้ง โดยประเทศสมาชิกเวียนกันเป็นเจ้าภาพ และในปีนี้ ฟิลิปปินส์ โดยสมาคมครูโรงเรียนรัฐแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Philippine Public School Teachers Association หรือ PPSTA) รับหน้าที่เป็นแม่งานในการจัดประชุมครั้งที่ 34 ในวันที่ 14-15 กันยายน ที่ Century Park Hotel กรุงมะนิลา

ประชุมสภาครูอาเซียน (ACT+1) ครั้งที่ 34 (34th ASEAN Council of Teachers (ACT+1) Convention) โดยมีตัวแทนประเทศในอาเซียน 9 ประเทศ และสาธารณรัฐเกาหลีใต้ แม้ไม่ได้เป็นประเทศสมาชิกอาเซียน แต่มาเข้าร่วมงานในครั้งนี้ จึงมีครูเข้าร่วมกว่า 1,300 คน

ประเทศไทย สำนักงานเลขาคุรุสภาŽ เป็นแกนหลักในการนำครูไทยไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์ครั้งนี้ โดยมี ดร.ทินสิริ ศิริโพธิ์ รองเลขาธิการคุรุสภา เป็นหัวหน้าคณะเดินทาง และผู้แทนครูไทยจาก 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ผู้เเทนคุรุสภา และผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา 2.สมาคมครูสถานศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย 3.สหภาพครูแห่งชาติ และ 4.สมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย

การเตรียมตัวของไทยก่อนเข้าร่วมประชุมมีอยู่ 2 ส่วน คือ นำเสนอรายงานด้านการศึกษาของไทย ความไทยทำอย่างไรในการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศ และ 2.นำเสนอผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ได้รับรางวัลของคุรุสภาในด้าน ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ(PLC)Ž ดร.ทินสิริกล่าว

เป้าหมายของการประชุมครั้งนี้ เพื่อเเลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างประเทศอาเซียนด้วยกัน จึงอยากให้ผู้เข้าร่วม ได้แก่ ผู้บริหาร ครู นักศึกษานิเทศก์ เเละเจ้าหน้าที่คุรุสภา นำข้อมูลที่ได้ไปช่วยพัฒนาบุคลากรครู และพัฒนาประเทศต่อไป

ด้าน นายเอกชัย กี่สุขพันธุ์ ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) เปิดเผยถึงจุดมุ่งหมายในการมาร่วมประชุมครั้งนี้ว่า เข้าร่วมประชุมเป็นครั้งแรก เพื่อสังเกตการณ์ว่าการประชุมสภาครูอาเซียน จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาครูอย่างไร เท่าที่ทราบการพูดคุยเเลกเปลี่ยนเน้นเรื่องสวัสดิการครู รายได้ครู ศักดิ์ศรีของครู อย่างไรก็ตาม จะเก็บข้อมูล และประเด็นการเสนอรายงานด้านการศึกษาของเเต่ละประเทศ ว่าแต่ละประเทศพัฒนามาตรฐานวิชาชีพครูอย่างไร และจะนำมาประยุกต์กับไทยได้อย่างไร จากนั้นจะประชุมหารือร่วมกับคุรุสภาในการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพครู และจรรยาบรรณวิชาชีพครูต่อไป

วันแรกของการเปิดการประชุมครูอาเซียนอย่างเป็นทางการ นาง Leonor Magtolis Briones รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฟิลิปปินส์ มาร่วมในงานเปิด พร้อมกล่าวการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ Strenthening the Hallmarks of Excellence in Education Through ASEAN+1 Teachers IntegrationŽ ตอนหนึ่งว่า การประชุมครั้งนี้เพื่อให้ความสัมพันธ์ระหว่างครูในประเทศสมาชิกมีความใกล้ชิดกันมากขึ้น พร้อมที่จะเเลกเปลี่ยนความรู้ด้านการศึกษา และประสบการณ์ระหว่างประเทศสมาชิก รวมทั้งตัวแทนครูจากประเทศเกาหลี เพื่อนำความรู้ที่แลกเปลี่ยนกันมาประยุกต์ ปรับปรุงวิชาชีพครูผู้ให้บริการด้านการศึกษาให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

ภายหลังการประชุมสภาครูอาเซียนเสร็จสิ้นลง ดร.ทินสิริเปิดเผยว่า ผลจากการประชุมครั้งนี้ ไทยได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันระหว่างสภาครูในทุกประเทศที่เข้าร่วม ในการช่วยเหลือ เเละพัฒนาครูร่วมกัน และมีข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการ คือหลายประเทศให้ความสนใจ เเละนำไทยเป็นตัวอย่างในการพัฒนาครู ทั้งยังสนใจ แลกเปลี่ยนครูระหว่างประเทศอีกด้วย เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ซึ่งคุรุสภาจะนำเรื่องนี้ไปหารือร่วมกับประเทศที่ส่งใจส่งครูมาเเลกเปลี่ยนต่อไป

ทั้งนี้ ดร.ทินสิริยังมีโอกาสนำผลงานของรัฐบาล และคุรุสภา ในการพัฒนาครูด้านต่างมาเสนอยังการประชุมครั้งนี้ ในรูปแบบรายงานการด้านศึกษา และพัฒนาครูของไทย จนต่างประเทศให้ความสนใจ และพร้อมที่จะนำกิจกรรมของไทยมาตัวอย่างในการพัฒนาครู

นโยบาย และกิจกรรมของการพัฒนาครู ที่รัฐบาล และคุรุสภาเคยจัดทำ ได้รวบรวมเป็นรายงานเสนอแก่ประเทศสมาชิกรับทราบ ประกอบด้วย 1.การพัฒนากรอบสมรรถนะวิชาชีพครูในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยความร่วมมือในการดำเนินการจากกระทรวงศึกษาธิการ 11 ประเทศ

2.การดำเนินงานโครงการครูแลกเปลี่ยนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่คุรุสภาได้ดำเนินการแเลกเปลี่ยนครูระหว่างไทย และประเทศในอาเซียน คือ มาเลเซีย และบรูไนฯ

3.การพัฒนาครูผ่านการสร้างเครือข่าย PLC โดยการสนับสนุนงบประมาณในการสร้างเครือข่าย PLC แก่ผู้ประกอบวิชาชีพ การสร้างระบบ e-PLC เพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาองค์ความรู้ด้าน PLCŽ ดร.ทินสิริกล่าว

4.การพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครู ที่ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มอบนโยบายให้พัฒนาครู ภายใต้โครงการคูปองพัฒนาครู ที่เติมอาวุธให้ครู คือให้ครูได้รับการพัฒนาตนเองโดยสามารถเลือกคอร์สในการพัฒนาตนเองได้ เพื่อให้ครูมีความรู้ความสามารถพัฒนาผู้เรียนต่อไปได้

5.การส่งเสริมพัฒนายกย่องผู้ประกอบวิชาชีพครูให้ได้รับรางวัลในระดับภูมิภาค ระดับชาติ และระหว่างประเทศ เช่น รางวัลครูสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี คือรางวัลให้กับครูผู้สร้างการเปลี่ยนเเปลงแก่ชีวิตของศิษย์ และมีคุณูปการต่อวงการศึกษาใน 11 ประเทศอาเซียน เป็นต้น

และ 6.การสร้างความร่วมมือกับภาครัฐ เเละเอกชน เพื่อการพัฒนาครู ที่คุรุสภาร่วมงานกับสถาบันทั้งใน และต่างประเทศ เช่น คุรุสภาจะร่วมมือกับองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่ง สหประชาชาติ (ยูเนสโก) จัดงานครูโลกในวันที่ 5 ตุลาคมนี้

จะเห็นว่าคุรุสภาได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่ประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ในประเทศ ภูมิภาค และระดับโลก พร้อมเปิดโอกาสให้ครูไทยได้พัฒนาตัวเอง เเละนักเรียนต่อไป ส่วนการประชุมครั้งนี้ มีประเทศไหนมีการพัฒนาครูที่น่าสนใจ และจะมาประยุกต์ใช้กับไทยหรือไม่ คิดว่าทุกประเทศมีจุดเด่นจุดด้อยเเตกต่างกัน การประชุมครั้งนี้เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ซึ่งกันเเละกันมากกว่า เช่น สิงคโปร์มีเเนวทางการพัฒนาครูที่น่าสนใจ เพราะเปรียบครูเหมือนเพชร ที่ต้องลับเหลี่ยมอยู่ตลอดเวลา คือเป็นคนมีค่า เเละครูต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลาเพื่อสอนลูกศิษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเเนวหนึ่งที่คุรุสภาประยุกต์ใช้พัฒนาครูต่อไปได้Ž ดร.ทินสิริกล่าว

การประชุมสภาครูอาเซียนผ่านพ้นไปด้วยดี ครูแต่ละประเทศมีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเปลี่ยนวัฒนธรรม นำสู่การทำความรู้จักซึ่งกันและกัน และในพิธีปิดการประชุมครูอาเซียน ผู้นำเเต่ละประเทศได้ลงนามประกาศสัญลักษณ์สภาครูอาเซียน

ร่วมกัน และมีพีธีมอบธงให้แก่เจ้าภาพประเทศถัดไป คือบูรไนฯ โดยมี นาย Haji Antin Bin Ahad ประธานครูบรูไนฯ เป็นผู้รับธงเจ้าภาพจัดการประชุมสภาครูอาเซียน ACT+1 ครั้งที่ 35

คาดหวังว่าการประชุมสภาครูอาเซียนครั้งที่ 35 ผ่านพ้นไปแล้ว คุรุสภาและผู้เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ จะได้นำประสบการณ์ ความรู้ต่างๆ รวมถึงข้อดี ข้อด้อย ในการพัฒนาครูของประเทศต่างๆ มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้ครูไทยพัฒนาก้าวไกลไปสู่สากล