เมื่อวันที่ 30 กันยายน ศ.ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์ ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ นายฮาง ชวน นะรน (Hang Choun Naron) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษา เยาวชนและการกีฬาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ได้สำเร็จการศึกษาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต จุฬาฯ และจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ทั้งนี้ นายฮาง ชวน นะรน ถือเป็นดุษฎีบัณฑิตคนแรกที่จบสาขาวิชาบริหารการศึกษา ทั้งที่คณะได้เปิดหลักสูตรนี้มาหลายปีแล้ว แต่เนื่องจากได้กำหนดคุณสมบัติของผู้เข้าเรียนในหลักสูตรนี้ไว้สูงมาก ทำให้ผู้ที่สนใจสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรนี้ ไม่ผ่านเกณฑ์

ศ.ดร.พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์
ศ.ดร.พฤทธิ์กล่าวว่า เมื่อ 2 ปีที่แล้ว นายฮาง ชวน นะรน ได้ประสานผ่านผู้ใต้บังคับบัญชาที่เรียนอยู่ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ว่าอยากเรียนปริญญาเอกสาขาวิชาบริหารการศึกษาของจุฬาฯ จะเข้าเรียนได้หรือไม่ ตนได้ตรวจสอบคุณสมบัติของนายฮาง ชวน นะรน แล้วว่าคุณสมบัติครบถ้วน เหมาะจะเรียนหลักสูตรที่ทำวิทยานิพนธ์เพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นหลักสูตรแบบ 1.1 เนื่องจากเรียนจบหลักสูตรปริญญาโท 2 ปริญญา และจบปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยของรัสเซีย ซึ่งถือว่าจบการศึกษาจากต่างประเทศ จึงเข้าเรียนได้โดยไม่ต้องสอบภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ ยังมีผลงานเขียนหนังสือด้านการปฏิรูปการศึกษาในกัมพูชา ถือว่ามีผลงานวิจัยมาแล้ว
“ช่วงที่ท่านมาประชุมโครงการพระราชทานความช่วยเหลือแก่ราชอาณาจักรกัมพูชาด้านการศึกษา ที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งสนองงานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี มานานแล้ว ผมถือโอกาสสัมภาษณ์ ท่านบอกว่าอยากเรียนเพราะเป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ.แต่ไม่เคยเรียนด้านบริหารการศึกษามาก่อน จึงอยากมีความรู้เพื่อนำไปบริหาร ศธ.จากการพูดคุยพบว่าท่านทำการบ้านมาอย่างดี และรู้เรื่องการศึกษาเยอะมาก จึงแจ้งว่ายินดีรับเข้าเป็นนิสิต แต่เมื่อท่านมาเรียนแล้ว ผมเคยถามอีกว่ามีเหตุผลอะไรอีกหรือไม่ที่อยากมาเรียน ท่านบอกว่ามีอีกเหตุผลหนึ่ง คือหลังเกษียณอายุแล้วอยากจะเป็นอาจารย์สอนด้านบริหารการศึกษาในมหาวิทยาลัยกัมพูชา” ศ.ดร.พฤทธิ์ กล่าว

ฮาง ชวน นะรน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษา เยาวชนและการกีฬาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา
ศ.ดร.พฤทธิ์กล่าวอีกว่า ระหว่างเรียนหลักสูตรดังกล่าวในปีแรก ซึ่งไม่ต้องเรียนรายวิชา นายฮาง ชวน นะรน จะต้องเข้าเรียนเฉพาะวิชาสัมมนาเพียงวิชาเดียว และสอบวัดคุณสมบัติก่อนสอบวิทยานิพนธ์ ปรากฎว่าสอบวัดคุณสมบัติเพียงครั้งเดียวก็ผ่าน ช่วงเรียนปีที่ 2 จึงได้เสนอโครงร่างวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก โดยเสนอหัวข้อ “การพัฒนายุทธศาสตร์การปฏิรูปการบริหารการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพพลเมืองในกัมพูชา” เมื่อโครงร่างผ่าน จึงได้เร่งออกแบบเครื่องมือ เพียงครึ่งปีก็เสร็จ และครึ่งปีหลังก็ทำวิทยานิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษเสร็จ ซึ่งใช้เวลาเรียนทั้งหมดเพียง 2 ปีก็จบ และระหว่างที่ทำวิทยานิพนธ์ ก็ได้นำกลยุทธ์ที่ได้ลงไปปฏิบัติจริงในโรงเรียนนิวเจนเนอร์เรชั่้นสคูล (เอ็นจีเอส) หรือโรงเรียนกลุ่มคนรุ่นใหม่ และปัจจุบันได้ถูกนำไปขยายผลในอีก 100 กว่าโรงเรียน ถือเป็นการปฏิรูปการศึกษาระดับโรงเรียน
“ท่านตั้งใจเรียนให้จบก่อนเดือนกรกฎาคม 2561 ก่อนการเลือกตั้งของกัมพูชา และหลังจากกัมพูชาเลือกตั้งแล้ว ท่านก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ต่ออีกสมัย โดยก่อนหน้านั้นท่านเป็นปลัดกระทรวงการคลังมาโดยตลอด จุฬาฯ ภูมิใจที่ท่านมาเรียน ระหว่างเรียนได้เสนอคณะ และมหาวิทยาลัย ว่าขอทุนพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ให้นายฮาง ชวน นะรน ซึ่งเป็นทุนที่จุฬาฯ ถวายให้พระองค์ท่าน ปัจจุบันมีผู้ได้รับทุนพระราชทานดังกล่าวนับร้อยทุน” ศ.ดร.พฤทธิ์ กล่าว

ศ.ดร.พฤทธิ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ถือว่านายฮาง ชวน นะรน มีความตั้งใจเรียนมาก และเรียนเพียง 2 ปีก็จบ ซึ่งถือว่าเร็วมาก ปกติปริญญาเอกที่ไม่ต้องเรียนรายวิชา จะเรียนอย่างน้อย 3 ปี หากเรียนรายวิชา จะเรียนอย่างน้อย 3 ปีครึ่งถึง 4 ปี และหลักสูตรดังกล่าวเพิ่งมีนายฮาง ชวน นะรน เป็นนิสิตคนแรกของหลักสูตร เนื่องจากหลักเกณฑ์สูงมาก ทำให้ผู้สมัครคนอื่นๆ ไม่ผ่านเกณฑ์ตั้งแต่ต้น
ศ.ดร.พฤทธิ์กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา ไม่มีคนดังอย่างรัฐมนตรีว่าการ ศธ.กัมพูชามาเรียน แต่มีชาวกัมพูชา และจีน สนใจเข้ามาเรียนหลักสูตรปริญญาโทที่คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ พอสมควร เป็นหลักสูตรภาษาไทย เรียนเป็นภาษาไทย แต่ทำวิทยานิพนธ์เป็นภาษาอังกฤษ มีชาวกัมพูชาที่มาเรียน และกลับไปเป็นผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีกำปงเฌอเตียล ซึ่งเป็นโรงเรียนพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี แต่ถูกยกฐานะเป็นสถาบันอุดมศึกษา สำหรับหลักสูตรภาษาอังกฤษ ตั้งใจจะเปิดปี 2563 เพราะมีชาวต่างชาติ หรือแม้แต่คนไทยเองอยากเรียน แต่ที่ผ่านมายังมีอาจารย์ไม่พอ หากพร้อมเมื่อไหร่จะเปิดเป็นหลักสูตรนานาชาติ ส่วนที่เปิดสอนเป็นหลักสูตรภาษาไทย เพราะตั้งใจเปิดเพื่อรองรับคนไทย
“ภูมิใจที่ได้รับรัฐมนตรีว่าการ ศธ.กัมพูชามาเรียน เป็นโอกาสที่คนเรียนจะเห็นว่าการเรียนระดับปริญญาเอกเอาไปใช้ได้จริง ระหว่างเรียนได้เชิญท่านเป็นวิทยากรสอนให้นิสิตหลายครั้ง เมื่อไหร่ที่คณะเปิดปริญญาเอกหลักสูตรนานาชาติ ก็หวังว่าจะเชิญท่านรัฐมนตรีมาเป็นวิทยากรให้นิสิตของเราด้วย เพราะนอกจากระบบการศึกษาในระดับสากลแล้ว เราต้องเรียนรู้เกี่ยวกับระบบการศึกษาของประเทศในอาเซียนด้วย” ศ.ดร.พฤทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา สมาคมมิตรภาพไทย-กัมพูชา ได้จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดี กับนายฮาง ชวน นะรน ที่สำเร็จการศึกษาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต และจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ในวันที่ 4 ตุลาคมนี้




อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ส.มิตรภาพไทย-กัมพูชา เลี้ยงยินดีรมว.ศึกษาฯกัมพูชา จบปริญญาเอกจุฬาฯ

