กรณี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มอบหมายให้สภามหาวิทยาลัยรัฐ เฉพาะที่เป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นส่วนราชการแก้ไขปัญหากรณีที่มีอธิการ/รักษาการอธิการบดี ที่สภาแต่งตั้งอายุเกิน 60 ปี โดยขอให้ยึดคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเป็นบรรทัดฐานที่ได้วินิจฉัยกรณีมหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.) กาญจนบุรี ว่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นส่วนราชการ จะมีอายุเกิน 60 ปีไม่ได้ ล่าสุดเครือข่ายอาจารย์ได้ยืนหนังสือต่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ก.พ.อ.) และผู้ตรวจแผ่นดิน ให้ตรวจสอบว่ากรณีอธิการบดีเกษียณรับเงินสองทางชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ นอกจากนี้คณาจารย์ทยอยส่งหนังสือถึงสภามหาวิทยาลัยของตัวเองให้ถอดถอนอธิการที่เกษียณ อาทิ มรภ.นครสวรรค์ มรภ.เชียงใหม่ มรภ.บุรีรัมย์ มรภ.ธนบุรี มรภ.อุตรดิตถ์ เป็นต้น
เมื่อวันที่ 30 กันยายน นายนพดล ปรางค์ทอง กรรมการสภามรภ. พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ตนและกรรมการสภามหาวิทยาลัยอีกท่านหนึ่ง ได้ขอเสนอเรื่องนี้เพื่อพิจารณาสถานะและคุณสมบัติของอธิการบดี ตามคำสั่งศาลปกครองสุงสุดที่พิพากษา มรภ.กาญจนบุรี ว่าอธิการบดีจะมีอายุเกิน 60 ปีไม่ได้ เข้าบรรจุวาระประชุมสภามหาวิทยาลัย ในการประชุมเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งกรณีมหาวิทยาลัยของตน อาจจะไม่เหมือนมหาวิทยาลัยอื่นที่อธิการบดีเข้ามาดำรงจำแหน่งหลังจากอายุ 60 ปีเเล้ว เนื่องจาก นายเกษม บำรุงเวช อธิการบดี เข้ารับตำแหน่งอธิการบดีก่อนเกษียณ แต่ในวันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป นายเกษม จะเกษียณอายุราชการและอายุเกิน 60 ปี แม้ทาง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 กำหนดไม่ชัดเจนว่าผู้เกิน 60 ปี แต่ดำรงตำแหน่งอธิการบดีอยู่ต้องออกจากตำแหน่งหรืออยู่จนครบวาระ ตนจึงอยากในที่ประชุมพิจารณาถึงสถานะของอธิการบดีให้ชัดเจนว่า นายเกษม ยังคงดำรงตำแหน่งอธิการบดีได้หรือไม่ หรือขาดคุณสมบัติตามที่ศาลปกครองสูงสุดพิพากษา หากนายเกษม ยังดำรงตำแหน่งอยู่จะมีผลกระทบทางกฎหมายหรือไม่ แต่ทางนายกสภา ผู้มีหน้าที่พิจารณาวาระเข้าที่ประชุมอาจไม่เห็นด้วยหรือวินิจฉัยว่า คำพิพากษานี้มีผลผูกพันเเค่ มรภ.กาญจนบุรีเท่านั้น และเห็นว่า อธิการบดีสามารถดำรงตำแหน่งจนครบวาระ จึงไม่บรรจุเรื่องนี้เป็นวาระพิจารณาในที่ประชุมสภา มีเพียงวาระการพิจารณากำหนดเงินเดือนอธิการบดีเข้ามาเท่านั้น เมื่อที่ประชุมหารือพิจารณากำหนดเงินเดือนอธิการบดีใหม่ วิธีการนี้คล้ายกับบอกตนว่า นายเกษม สามารถดำรงตำแหน่งอธิการบดีต่อไปได้ ตนจึงไม่เห็นชอบวาระดังกล่าว เพราะแม้อธิการบดีจะได้รับการสรรหามาในขณะที่อายุไม่ถึง 60 ปี แต่ต่อมาเมื่ออายุครบ 60 ปี ต้องเกษียณอายุและพ้นจากราชการตามกฎหมายบำเหน็จบำนาญ ทำให้ขาดคุณสมบัติการเป็นอธิการบดี ตามแนวคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด

