เมื่อวันที่ 30 กันยายน นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหากรณีอธิการบดี/รักษาการอธิการบดี ที่สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้งมาจากผู้เกษียณอายุราชการ หรืออายุเกิน 60 ปี โดยให้ยึดคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเป็นบรรทัดฐาน ที่ได้พิพากษากรณีของมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) กาญจนบุรี โดยอธิการบดี/รักษาการบดีมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นส่วนราชการ จะอายุเกิน 60 ปีไม่ได้ ว่า เมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูเเลกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้เรียกตนเข้าไปให้ข้อมูลและมอบหมายให้ศึกษาเเนวทางแก้ไขเพิ่มเติมภายใน 7 วัน ขณะนี้ยังศึกษาข้อมูลที่ พล.อ.อ.ประจิน สั่งการมายังไม่ครบถ้วน เนื่องจากข้อมูลบางส่วนต้องการผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาเเนวทางเพิ่มเติม ดังนั้นขณะนี้ยังไม่มีเเนวทางใหม่ แต่ยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย และเจตนารมณ์ที่กฎหมายต้องการ ทั้ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(ก.พ.อ.) พ.ร.บ.จัดตั้งมหาวิทยาลัย พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ส่วนข้อเสนอที่อยากให้กำหนดเกณฑ์กลางคุณสมบัติการสรรหา และอายุของอธิการบดี ไว้ใน พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ. … ต้องถามกลับว่าทำเพื่ออะไร อย่างไรก็ตามกรณี มรภ.กาญจนบุรี เป็นคำตันสินผูกพันเฉพาะกรณีเท่านั้น ไม่สามารถนำใช้เป็นบรรทัดฐานกับมหาวิทยาลัยอื่นได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนข้อเสนอให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ. ใช้ มาตรา 44 คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 39/2559 เรื่อง การจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ข้อ 2 ในกรณีที่ปรากฎว่าการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภาสถาบันอุดมศึกษา กรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษา หรืออธิการบดี ก่อให้เกิดความขัดเเย้ง ขัดต่อความความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ให้รัฐมนตรีว่าการศธ. มีอำนาจยับยังการแต่งตั้งหรือการดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งขณะนี้มีคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดของ มรภ.กาญจนบุรีขึ้นมา หากมีอธิการบดีเกิน 60 ปี ถือว่าฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายแล้ว นายสุภัทร กล่าวว่า ผู้เสนอข้อเสนอนี้อาจเข้าใจผิดเพราะคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เป็นเพียงคำตัดสินของศาล ไม่ใช่ข้อกำหนดที่เป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงไม่สามารถบังคับใช้ มาตรา44 ได้

