กรณี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มอบหมายให้สภามหาวิทยาลัยรัฐ เฉพาะที่เป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นส่วนราชการแก้ไขปัญหากรณีที่มีอธิการ/รักษาการอธิการบดี ที่สภาแต่งตั้งอายุเกิน 60 ปี โดยขอให้ยึดคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเป็นบรรทัดฐานที่ได้วินิจฉัยกรณีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) กาญจนบุรี ว่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นส่วนราชการ จะมีอายุเกิน 60 ปีไม่ได้นั้น
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม นายวิริยะ ศิริชานนท์ ประธานที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) กล่าวว่า วันที่ 16-19 ตุลาคมนี้ เครือข่าย ทปสท. ประกอบด้วยสภาคณาจารย์จาก มรภ. 38 แห่ง และ มหาวิทยาลัยราชมงคล (มทร.) 9 แห่ง จะประชุมร่วมกันที่ มรภ. สุราษฎร์ธานี เพื่อพูดคุยหารือ และถามความคืบหน้าจากการที่ประธานสภาคณาจารย์แต่ละแห่งเสนอเรื่องการพิจารณาอธิการบดีอายุเกิน 60 ปี เข้าวาระการประชุมในสภา ว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีที่ใดรับเข้าพิจารณาบ้าง หรือมีที่ใดไม่รับเข้าพิจารณาบ้าง และจะมาพูดคุยถึงแนวทางของ ทปสท.ต่อไปว่าจะควรดำเนินการอย่างไร
นายวิริยะ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นทราบจากสภาคณาจารย์ท่านหนึ่งว่ามีมรภ.แห่งหนึ่ง มีการสรรหาอธิการบดี โดยมีการแก้ไขข้อบังคับของมหาวิทยาลัยว่าด้วยการสรรหาอธิการบดีเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เกษียณอายุราชการไปแล้วเข้ารับการสรรหาและจ้างเป็นอธิการบดีได้ ซึ่งขัดกับพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2547 ซึ่งเป็นกฎหมายใหญ่ และไม่เพียงอธิการบดีที่อายุเกิน 60 ปีเท่านั้น ตำแหน่งผู้บริหารในสถาบันอุดมศึกษาไม่ว่าจะเป็นรองอธิการบดีหรือผู้อำนวยการสำนัก เป็นต้น ก็ควรจะได้รับการพิจารณาด้วยว่าหากอายุเกิน 60 ปีแล้วควรอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารหรือไม่ และขณะนี้มีรักษาการอธิการบดีที่อายุเกิน 60 ปี ที่ควรหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นพิจารณา ประกอบด้วย นายประพันธ์ ธรรมไชย รักษาราชการแทนอธิการบดีมรภ. เชียงใหม่ นางยุวลักษณ์ เวชวิทยาขลัง รักษาราชการแทนอธิการบดีมรภ.ธนบุรี และนางมาลิณี จุโฑปะมา รักษาราชการแทนอธิการบดีมรภ.บุรีรัมย์
“อย่างมหาวิทยาลัยของผม คือ มหาวิทยาลัยราชมงคล (มทร.) กรุงเทพ ผมได้ยื่นหนังสือเพื่อขอเสนอให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวไปยังนายกสภา แม้ขณะนี้ นายสุกิจ นิตินัย อธิการบดี มีอายุ 59 ปี แต่มีผู้เกษียณอายุราชการที่อยู่ในตำแหน่งผู้บริหาร 5 คน ประกอบด้วย รองอธิการบดี 3 คน คณบดี 1 คน และผู้อำนวยการสำนัก 1 คน แต่เรื่องนี้ไม่เข้าวาระประชุมสภา เนื่องจากอธิการบดีให้คำอธิบายว่า รอเกณฑ์กลางและการแก้ไขปัญหาจากกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ว่าให้แต่ละมหาวิทยาลัยดำเนินการอย่างไร” นายวิริยะ กล่าว
นายวิริยะ กล่าวต่อว่า ในความคิดตน อายุไม่มีความสำคัญต่อการดำรงตำแหน่งบริหาร หากเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ แต่ขณะนี้มีคำพิพากษาสูงสุดของ มรภ.กาญจนบุรีมาแล้ว แม้จะมีคำอธิบายว่าคำพิพากษานี้มีผลผูกพันเฉพาะกรณี แต่ในคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดได้วางแนวทางไว้แล้ว ซึ่งเป็นจุดสำคัญ และที่สำคัญควรเคารพกติกา เคารพคำพิพากษาสูงสุดโดยการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อีกทั้งมีประเด็นการเบิกจ่ายเงินให้ผู้บริหารที่เกษียณอายุเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เป็นเงินที่มาจากค่าเทอมของนักศึกษาทั้งสิ้น ทั้งที่จริงแล้วน่าจะเอาเงินเหล่านี้มาพัฒนาการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย ให้เกิดผลประโยชน์ต่อจัดการการศึกษา และตนคิดว่าการปฏิรูปการศึกษาจะไม่เกิดหากทุกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

