จากกรณีที่เป็นกระแสข่าวในสังคมอย่างต่อเนื่องถึงกรณี ข้อถกเถียงถึงอายุที่เหมาะสมของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศว่าควรเป็นเท่าไหร่กันแน่ “มติชนออนไลน์” ขอเชิญชวนผู้อ่านร่วมแสดงความคิดเห็นเรื่อง “ท่านคิดว่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยควรมีอายุเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสม 1.ต่ำกว่า 60 ปี 2.เกิน 60 ปี และ 3.อายุเป็นเพียงตัวเลข”
ผลปรากฎว่าความคิดเห็นทั้งในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือส่วนใหญ่มองว่า ควรจะมีอายุต่ำกว่า 60 ปี โดยผู้แสดงความคิดเห็นในทวิตเตอร์ 69% ระบุว่าควรจะมีอายุต่ำกว่า 60 ปี ขณะที่อีก 25% มองว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข และ 6% เท่านั้นที่เห็นว่าควรมีอายุมากกว่า 60 ปี
สำหรับความคิดเห็นในเฟซบุ๊กเช่น “ตามอายุราชการ60 เกษียณอายุงาน..คนเก่งคนดีมีเยอะแยะ..อยู่นานยิ่งเลอะเลือน นึกว่าตัวเองเป็นโสดาบันอีก ยิ่งไปก็ใหญ่”
“ลมหายใจ ที่ว่างเปล่า มากกว่า 100 ปี”
“ต่ำกว่า 60 ปี”
“เกี่ยวกับคุณภาพบัณฑิต คุณภาพการศึกษาไม๊”
“เลี้ยงเมียกับหลานเหลนดีกว่าครับ”
“ไม่ควรเกินหกสิบครับ”
“ต่ำกว่า60 ถ้าเกินนี้เดี๋ยวจะเป็นภาระของลูกหลาน”
“ให้ดูมหาเธ ของมาเลเชียก่อนดีมั้ย”
“ตามความรู้ความสามารถประมาณ 45ถึง60”
“กฎหมายจะมีอายุเกษียณไว้ทำซากอะไร นี่ขนาดปัน-ยา-ชนแท้ๆ ยังละเมิดกฎหมาย แถกันหน้าด้านๆ”
“ขอเลือกข้อ 3. อายุเป็นเพียงตัวเลข …. ถ้าอายุมากจะต้องเก่ง มีประสบการณ์ เปล่าเลย ถ้ามองย้อนในมุมกลับมันตรงกันข้ามเลย ใครจะเถียงว่าแล้วถ้าอายุน้อยล่ะจะเอาประสบการณ์มาจากไหน งั้นผมขอถามกลับถ้าอายุมากประสบการณ์ด้านวิทยาการหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้มาจากการ…”
“ควรให้คนรุ่นใหม่มาเสนอตัวเป็นอธิการบดี เลิกยึดติดวัยวุฒิ บารมีจากความอาวุโส แบ้วทำงานแบบเกรงใจ …ทำให้ไม่ก้าวหน้า”
“อายุเป็นเพียงตัวเลข…ขอเพียงซากเผด็จการ มีวิสัยทัศน์ก้าวหน้า และพัฒนา ไอ่ที่แก่ๆงมเง่าขี้กากเผด็จการ ไร้วิชชั่น….ไร้ประโยชน์…ทำปุ๋ยชั้นเลวก็ยังไม่ได้….ไม่ต้องมานั่ง”
“อาที่แนวความคิด ความตั้งใจความมุ่งมั่น”
“สิงคโปร์ยังมีผู้บังคับบัญชาการทางทหารอายุน้อยๆได้เพราะมีวิสัยทัศน์”
“60. ก็ควรพอแล้วเชื่อว่ามีคนที่เก่ง มีวิสัยทัศน์อีกมาก แค่เพียงอย่าใช้ระบบ คนของข้าก็พอแล้ว”
“คนละประเด็นนะ ที่เขาถกเถียงนั้น เป็นเรื่องกฎหมาย ที่มีคำพิพิพากษาออกมาแล้วว่า ต้องไม่เกิน 60 ตามกฎหมายของ ม.รัฐ จะมาถามว่าควรเกินหรือไม่ควรเกินมันกระไรอยู่นะ”
“ไม่เกิน 60”
“มหา’ลัยจะปิดกันหมดแล้ว ไม่มีใครเรียน”
“ถามไมในเมื่อมีคำพิพากษาแล้ว…กลับไปเลี้ยงหลานเห๊อะ”
“กวดวิชา ปัญญาวุฒิ 40 – 65”
“คนรุ่นใหม่เก่ง ๆ เยอะแยะครับ 60 แล้วพักผ่อนเถอะ”
“อย่าไปดูอายุครับ ดูที่ความคิดดีกว่า แก่ๆความคิดโบราญจะเอามาเป็นทำไม ตามเทรนโลกไม่ทัน เอาแค่ดูประชาธิปไตยหรือไม่ยังดูไม่เป็นเลย”
“บ้านเมืองไม่ไปไหนมาไหนเพราะพวกถ่วงความพัฒนา มันกินแต่อาหารตัดแต่งพันธุกรรม ถามหาความเป็นบุุคคลที่ยอมรับยึดมั่นในกฎกติกา ไม่มีเลย”
“คนมีความสามารถมีเยอะครับ เมื่อถึงเวลาก็ต้องหยุดพักและให้คนรุ่นต่อมาเรียนรู้การทำงานบ้าง อย่าลืมว่าเราขึ้นมาได้ก็เพราะคนรุ่นก้่อนหน้าเราหยุดพัก พอถึงคิวเราพักบ้างก็ต้องพักละครับผม”
“อายุ 60 ปี หยุดทำงานเถอะ เอาประสบการณ์มาให้คำปรึกษาดีกว่า”
“ควรเคารพกติกา กฎ ระเบียบ ของบ้านเมืองและสังคมค่ะ เพราะสังคมบ้านเมืองจะได้สงบสุขและไม่วุ่นวายค่ะ วัยเกษียณ คือวัยที่ต้องพักผ่อนและใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุขกับครอบครัวและลูกหลานค่ะ ส่วนการงานคนรุ่นใหม่ตอนนี้ก็ทำงานได้แะทำได้ดีด้วยค่ะ 60 ปี ก็ควรหยุดค่ะ พักผ่อนค่ะ”
“แม้จะอายุ60 แต่สนับสนุนคนอายุต่ำกว่า60ปี เป๋นอธิการบดี และผู้บริหารอื่น”
“ถ้าอยากทำงานช่วยสังคม เพราะมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ก็ทำแบบไม่รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนใดๆ ได้บุญอย่างเดียวพอมั้ย”
“ให้คนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารบ้าง”




