กรณี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มอบหมายให้สภามหาวิทยาลัยรัฐ เฉพาะที่เป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นส่วนราชการแก้ไขปัญหากรณีที่มีอธิการ/รักษาการอธิการบดี ที่สภาแต่งตั้งอายุเกิน 60 ปี โดยขอให้ยึดคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเป็นบรรทัดฐานที่ได้วินิจฉัยกรณีมหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.) กาญจนบุรี ว่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นส่วนราชการ จะมีอายุเกิน 60 ปีไม่ได้นั้น
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นายรัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ปรึกษาที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) กล่าวว่า ประเด็นอธิการบดีอายุเกิน 60 ปี ของมหาวิทยาลัยของรัฐที่เป็นส่วนราชการ ควรแยกประเด็นพิจารณาเพื่อให้สังคมเข้าใจให้ถูกต้องระหว่างประเด็น กฎหมาย กับความคิดเห็นเรื่องความเหมาะสมเรื่องอายุ ทปสท.พยายามชี้ประเด็นเรื่องอายุเกิน 60 ปีขัดกฎหมายที่ใช้อยู่จนนำไปสู่การฟ้องศาล ทำให้อีกฝ่ายต้องขอให้ใช้ มาตรา 44 คำสั่งคสช.ที่ 37/60 มาคุ้มครองแต่ไม่สำเร็จ ในที่สุดศาลปกครองสูงตัดสินว่าเกิน 60 ปี เป็นไม่ได้ กลุ่มอธิการบดีและกองเชียร์พยายามพูดว่าอายุไม่สำคัญ อันนี้คือความคิดเห็น
“ผมเคยเสนอ ถ้าอยากให้คนอายุเกิน 60 ปีเป็นอธิการบดีได้ ก็ไปขอแก้พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องก่อน อยากได้อายุเท่าไร ก็กำหนดเลยแต่ต้องมีลิมิต เหมือนส่วนราชการอื่น หรือองค์กรอิสระ เพราะที่ปรากฏอยู่ปัจจุบัน จะให้ท่านรู้จักคำว่า “พอ” เอง คงยาก การตั้งคนอายุเกิน 60 ปีเป็นอธิการบดี ซึ่งขัดกับกฎหมาย มีผลกระทบตามมาอีกมากมาย ทั้งเรื่องการบริหารงานบุคคล วินัย การรับเงินเดือน ค่าตอบแทน ที่ต้องไปใช้เงินจากค่าเทอมเด็ก ฯลฯ การไปถามว่าอธิการบดีควรมีอายุต่ำกว่า 60 ปี หรือเกิน 60 ปี ดีเป็นแต่ความรู้สึก ไม่ได้แก้ไขปัญหา ควรหาวิธีแก้พวกที่ผิดกฎหมายอยู่จะทำอย่างไรก่อนมากกว่า หลังจากนั้น ค่อยมาคิดเรื่องเกณฑ์อายุ แล้วแก้กฎหมายให้ถูกต้องแล้วค่อยให้มีการแต่งตั้ง” นายรัฐกรณ์ กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561 นายตฤณ ดิษฐลำภู กรรมการสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)พระนคร ได้ทำหนังสือถึงเลขานุการคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี (ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ) เรื่องขอให้ยุติการแถลงนโยบายสรรหาอธิการบดีไว้ก่อน พร้อมแนบ บันทึกข้อความที่ ศธ 0581.33/157 เรื่องขอเชิญเข้าร่วมรับฟังการแถลงนโยบาย ที่ D-Hall ในวันที่ 3 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00 น. ความว่า ความตามแนบของท่านนั้น ถือได้ว่ามิชอบด้วยกฎหมาย เพราะขัดต่อพ.ร.บ.การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ขัดต่อคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดกรณีอายุเกิน 60 ปี เป็นอธิการบดีของรัฐไม่ได้ ซึ่งผูกโยงและขัดต่อพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2547 มาตรา 18 วรรคหนึ่ง และมาตรา 65/2 วรรคหนึ่ง จึงขัดต่อพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ.2548 มาตรา 26 วรรคหนึ่งแล้ว ยังขัดต่อ 1.ข้อบังคับ มทร.พระนคร ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดี พ.ศ.2560 ข้อ 11 องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาไม่ครบองค์ จึงไม่สามารถให้คะแนนผู้สมัครได้ 2.ข้อบังคับมทร.พระนครว่าด้วยการบริหารงานบุคคลสำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยทั้งพ.ศ.2549 และ พ.ศ.2559 ที่ห้ามบุคคลอายุเกิน 60 ปีเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ณ ปัจจุบันและมติสภามทร.พระนคร เสียงส่วนใหญ่ให้แก้นั้น ยังไม่เข้าสภาอนุมัติจึงยังไม่มีผลให้ปฏิบัติ จึงถือได้ว่าการรับสมัครและแถลงนโยบายบครั้งนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
อีกทั้งหน้าที่ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ ตามพร.บ.มทร.พระนคร พ.ศ.2548 บัญญัติให้ท่านให้คำปรึกษา เสนอแนะกิจการมหาวิทยาลัยต่ออธิการบดีและให้ถือหน้าที่ของท่านว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ เมื่อปล่อยปละหน้าที่และสมยอมให้แก้ข้อบังคับที่ชอบกฎหมายเป็นให้ผิดต่อคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ทั้งที่ท่านรู้อยู่แล้วย่อมเป็นการละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นความผิดอาญามาตรา 157 จำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาดำเนินการให้ถูกกฎหมายและธรรมาภิบาล
ต่อมาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2561 ผศ.อำนาจ เอี่ยมสำองค์ ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ ในฐานะกรรมการและเลขานุการกรรมการสรรหาอธิการบดี ได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดมทร.พระนคร เรื่องขอเลื่อนการแถลงนโยยาย แผนการบริหารจัดการและแผนพัฒนามหาวิทยาลัย ความว่า ตามหนังสือสภาคณาจารย์และข้าราชการที่ศธ 0581.31/157 ลงวันที่ 25 กันยายน 2561 ได้เชิญท่านและบุคลากรในสังกัดเข้าร่วมรับฟังการแถลงนโยบาย แผนการบริหารจัดการและแผนพัฒนามหาวิทยาลัย ของผู้มีสิทธิในการเข้ารับการสรรหาเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี ในวันที่ 3 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุม D-Hall มทร.พระนคร ณ ศูนย์เทเวศน์ ความแจ้งแล้วนั้น ในการนี้ประธานคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี ขอเลื่อนการแถลงนโยบาย แผนการบริหารจัดการ และแผนพัฒนามหาวิทยาลัยในวันดังกล่าวออกไปก่อน ทั้งนี้จะแจ้งกำหนดการจัดแถลงนโยบายฯ ให้ท่านทราบอีกครั้งหนึ่ง หลังจากการประชุมสภามหาวิทยาลัย วันที่ 10 ตุลาคม 2561 จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรทราบโดยทั่วกัน


