เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นายวีระกุล อรัณยะนาค ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้า ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า หลังจากเข้ารับตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่องค์การค้าของ สกสค. ได้เข้าไปตรวจสอบระบบการดำเนินงานและการเงินการบัญชีในหลายส่วน พบว่าผลประกอบการในปีนี้มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 2,500 ล้านบาท มีผลกำไรมากกว่าปีที่ผ่าน ส่วนจำนวนยอดหนี้เบื้องต้นอยู่ที่ 3,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามากพอสมควร แต่มีแผนในการชำระหนี้กับหน่วยงานต่างๆ ไว้แล้ว ขณะเดียวกัน ยังได้ลงไปตรวจสอบรายการที่องค์การค้าฯ เป็นเจ้าหนี้ พบว่ามีอยู่หลายรายการ และยังไม่มีการลงไปติดตามเท่าที่ควร อีกทั้งบางรายการยังครบกำหนดการชำระหนี้แล้ว รวมถึงมีสินค้าค้างสต๊อกหลายรายงาน ซึ่งถ้านำออกมาขายจะสร้างรายได้ให้องค์การค้าฯ ได้จำนวนไม่น้อย
นายวีระกุลกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาองค์การค้าฯ พูดถึงแต่ประเด็นการชำระหนี้หน่วยงานต่างๆ ที่มีอยู่จำนวนมาก จนลืมไปว่าองค์การค้าฯ เองก็มีสถานะเป็นเจ้าหนี้อยู่ส่วนหนึ่ง เท่าที่ดูคร่าวๆ เป็นเงินไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ยังไม่นับรวมสินค้าค้างสต๊อกอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่รวบรวมบัญชีทั้งหมดเพื่อทำการตรวจสอบ และติดตามเงินขององค์การค้าฯ กลับคืนมา เพื่อให้มีเงินหมุนเวียนไปใช้ในการบริหารจัดการได้
“ที่ผ่านมาเราพูดถึงแต่เรื่องหารายได้นำเงินไปจ่ายหนี้ แต่ยังไม่เคยพูดถึงเรื่องการทวงหนี้ ซึ่งมีอยู่จำนวนไม่น้อย ซึ่งหากติดตามเงินจำนวนนี้กลับคืนมาได้ คิดว่า จากเดิมที่เคยมีข้อเสนอให้ขายทรัพย์สินขององค์การค้าฯ เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ ก็อาจไม่จำเป็นถ้าเราสามารถหมุนเวียนเงินในส่วนนี้ได้ ขณะเดียวกัน ศธ.หรือ สกสค. ก็อาจจะต้องช่วยพยุง โดยการันตีงานจ้างพิมพ์ให้องค์การค้าฯ ด้วย อย่างเช่นการจ้างพิมพ์หนังสือเรียนของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ที่อาจจะต้องยังคงดึงไว้เพื่อให้องค์การค้าฯ มีรายได้ เพราะถ้าให้ไปแข่งขันกับเอกชนยอมรับว่าอาจจะยังไม่สามารถสู้ได้มากนัก” นายวีระกุลกล่าว

