ม.นเรศวรจี้นายกสภาปลดอธิการอายุ 77 ปี ‘หมออุดม’ จี้สภาฯ ออกระเบียบห้าม 60 ปีเป็นอธิการ

2.10.18 | 15:27 น.

ม.นเรศวรจี้นายกสภาปลดอธิการ 77 ปี ‘หมออุดม’ จี้สภาฯ ออกระเบียบห้าม 60 ปีเป็นอธิการ มทร.พระนครป่วนหนัก! เลื่อนแถลงนโยบายชิงเก้าอี้อธิการ ‘สุภัทร’ เร่งเช็กคุณสมบัติอธิการทูลเกล้าฯ

กรณี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มอบหมายให้สภามหาวิทยาลัยรัฐ เฉพาะที่เป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นส่วนราชการแก้ไขปัญหากรณีที่มีอธิการ/รักษาการอธิการบดี ที่สภาแต่งตั้งอายุเกิน 60 ปี โดยขอให้ยึดคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเป็นบรรทัดฐานที่ได้วินิจฉัยกรณีมหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.) กาญจนบุรี ว่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นส่วนราชการ จะมีอายุเกิน 60 ปีไม่ได้นั้น

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. เปิดเผยว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานกำกับดูแลศธ. ได้กำชับมายังตนว่า ให้เร่งดำเนินการหาแนวทางแก้ไขปัญหากรณีอธิการบดีอายุเกิน 60 ปี โดยให้วางแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาวที่ถูกต้องและมีกฎหมายรองรับ ซึ่งขณะนี้ทราบว่า นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) อยู่ระหว่างหาแนวทางแก้ไข ทั้งนี้สิ่งที่ตนย้ำมาตลอดคือ ขอให้ทุกมหาวิทยาลัยดำเนินการตามกฎหมาย สภามหาวิทยาลัยมีอำนาจสูงสุดในการกำกับดูแลนโยบายแต่ละแห่ง สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไม่มีอำนาจไปสั่งการ โดยสิ่งที่สภามหาวิทยาลัยต้องทำคือ ไปปรับแก้ระเบียบให้ชัดเจน ว่า ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นอธิการบดี ต้องอายุไม่เกิน 60 ปี ส่วนกรณีที่เสนอให้ออกหลักเกณฑ์กลางนั้น คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด กรณีมรภ.กาญจนบุรี ถือเป็นที่สุดแล้ว สภามหาวิทยาลัยต้องเร่งพิจารณาและแก้ระเบียบของตัวเองให้สอดคล้อง เพราะถ้าไม่ดำเนินการ ก็จะเกิดปัญหาฟ้องร้องตามมา เชื่อว่าจะมีการฟ้องเกิดขึ้นจำนวนมาก

นายชนินทร์ อัมพรสถิร อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร (มน. ) ในฐานะตัวแทนบุคลากร มน. กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยบุคลากร มน.เข้ายื่นหนังสือถึง นพ.กระแส ชนะวงศ์ นายกสภามน. เพื่อขอร้องเรียนให้พิจารณาการขาดคุณสมบัติของอธิการบดี กรณีอายุเกิน 60 ปี สืบเนื่องจากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดที่ได้วินิจฉัยกรณีมรภ.กาญจนบุรีว่าผู้ดำรงตำแหน่งบริหารในมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีสถานะเป็นส่วนราชการ ได้แก่ อธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี ไม่สามารถดำรงตำแหน่งดังกล่าวเมื่อเกษียณอายุราชการ หรืออายุเกิน 60 ปี ทั้งเมื่อครั้งที่ตนยังดำรงตำแหน่งกรรมการสภามน.ได้เคยยื่นเอกสารและร้องต่อสภามน.เพื่อขอให้ตรวจสอบรักษาการอธิการบดีมน.ในขณะนั้นว่าขาดคุณสมบัติดังกล่าว แต่สภามน.ได้อภิปรายและบันทึกรายงานการประชุมว่าเอกสารที่ใช้ประกอบ เป็นเพียงคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้นเท่านั้น คดียังไม่สิ้นสุดจึงไม่อาจนำมาเป็นบรรทัดฐานในการถือปฏิบัติได้ จึงต้องรอคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดก่อน แต่ขณะนี้มีปรากฏคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดชัดเจนแล้ว ในฐานะบุคลากรของมหาวิทยาลัยนเรศวร จึงได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึง นายกสภา มน.เพื่อขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติของอธิการบดีปัจจุบัน ในประเด็นอายุเกิน 60 ปี

“ผมและบุคลากรของ มน.ได้มายื่นหนังสือถึงนายกสภา มน.เพื่อขอร้องเรียนให้ตรวจสอบคุณสมบัติของอธิการบดีเพราะปัจจุบันท่านมีอายุ 77 ปีแล้ว ซึ่งถ้าตรวจสอบแล้ว และมีผลการวินิจฉัยว่าท่านอธิการบดีมีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถดำรงตำแหน่งได้ ขอให้เปิดเผยให้บุคลากรของ มน.รับทราบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ แต่หากการวินิจฉัยพบว่าขาดคุณสมบัติ ก็ขอให้สภา มน.พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของสภมน.ตามพ.ร.บ.มหาวิทยาลัยนเรศวร พ.ศ.2533 อย่างไรก็ตาม ทราบว่าการประชุมสภามน.จะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ แต่ผมไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีการบรรจุวาระดังกล่าวนี้เข้าสู่การพิจารณาหรือไม่” นายชนินทร์ กล่าว

Advertisement

นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ยังไม่ส่งเรื่องการเสนอรายชื่อเพื่อเสนอทูลเกล้าฯ แต่งตั้งดำรงตำแหน่งอธิการบดีที่อายุเกิน 60 ปี กลับไปให้ที่สภามหาวิทยาลัยทบทวน เนื่องจากกำลังตรวจสอบคุณสมบัติต่าง ๆของผู้ที่ได้รับการเสนอรายชื่อ จำนวน 12 คน เนื่องจากมีเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ และ สกอ.ต้องรอให้มหาวิทยาลัยชี้แจง แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ และในจำนวนนี้ มี 3 คน ที่อายุเกิน 60 ปี

นายรัฐกรณ์ คิดการ ประธานที่ปรึกษาที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย (ทปสท.) กล่าวว่า ประเด็นอธิการบดีอายุเกิน 60 ปี ของมหาวิทยาลัยของรัฐที่เป็นส่วนราชการ ควรแยกประเด็นพิจารณาเพื่อให้สังคมเข้าใจให้ถูกต้องระหว่างประเด็น กฎหมาย กับความคิดเห็นเรื่องความเหมาะสมเรื่องอายุ ทปสท.พยายามชี้ประเด็นเรื่องอายุเกิน 60 ปีขัดกฎหมายที่ใช้อยู่จนนำไปสู่การฟ้องศาล ทำให้อีกฝ่ายต้องขอให้ใช้ มาตรา 44 คำสั่งคสช.ที่ 37/60 มาคุ้มครองแต่ไม่สำเร็จ ในที่สุดศาลปกครองสูงตัดสินว่าเกิน 60 ปี เป็นไม่ได้ กลุ่มอธิการบดีและกองเชียร์พยายามพูดว่าอายุไม่สำคัญ ซึ่งคือความคิดเห็น

“ผมเคยเสนอ ถ้าอยากให้คนอายุเกิน 60 ปีเป็นอธิการบดีได้ ก็ไปขอแก้พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องก่อน อยากได้อายุเท่าไร ก็กำหนดเลยแต่ต้องมีลิมิต เหมือนส่วนราชการอื่น หรือองค์กรอิสระ เพราะที่ปรากฏอยู่ปัจจุบัน จะให้ท่านรู้จักคำว่า “พอ” เอง คงยาก การตั้งคนอายุเกิน 60 ปีเป็นอธิการบดี ซึ่งขัดกับกฎหมาย มีผลกระทบตามมาอีกมากมาย ทั้งเรื่องการบริหารงานบุคคล วินัย การรับเงินเดือน ค่าตอบแทน ที่ต้องไปใช้เงินจากค่าเทอมเด็ก ฯลฯ การไปถามว่าอธิการบดีควรมีอายุต่ำกว่า 60 ปี หรือเกิน 60 ปี ดีเป็นแต่ความรู้สึก ไม่ได้แก้ไขปัญหา ควรหาวิธีแก้พวกที่ผิดกฎหมายอยู่จะทำอย่างไรก่อนมากกว่า หลังจากนั้น ค่อยมาคิดเรื่องเกณฑ์อายุ แล้วแก้กฎหมายให้ถูกต้องแล้วค่อยให้มีการแต่งตั้ง” นายรัฐกรณ์ กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561 นายตฤณ ดิษฐลำภู กรรมการสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)พระนคร ได้ทำหนังสือถึงประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการสรรหาอธิการบดี เรื่องขอให้ยุติการแถลงนโยบายสรรหาอธิการบดีไว้ก่อน ความว่า การขอเชิญเข้าร่วมรับฟังการแถลงนโยบายในวันที่ 3 ตุลาคม 2561 เวลา 10.00 น. ถือได้ว่ามิชอบด้วยกฎหมาย เพราะขัดต่อพ.ร.บ.การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ขัดต่อคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดกรณีอายุเกิน 60 ปี เป็นอธิการบดีของรัฐไม่ได้ อีกทั้งข้อบังคับมทร.พระนครว่าด้วยการบริหารงานบุคคลสำหรับพนักงานมหาวิทยาลัยทั้งพ.ศ.2549 และ พ.ศ.2559 ที่ห้ามบุคคลอายุเกิน 60 ปีเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ณ ปัจจุบันและมติสภามทร.พระนคร เสียงส่วนใหญ่ให้แก้นั้น ยังไม่เข้าสภาอนุมัติจึงยังไม่มีผลให้ปฏิบัติ จึงถือได้ว่าการรับสมัครและแถลงนโยบายบครั้งนี้เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ทั้งนี้หน้าที่ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ ตามพร.บ.มทร.พระนคร พ.ศ.2548 บัญญัติให้คำปรึกษา เสนอแนะกิจการมหาวิทยาลัยต่ออธิการบดี เมื่อปล่อยปละหน้าที่และสมยอมให้แก้ข้อบังคับที่ชอบกฎหมายเป็นให้ผิดต่อคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ทั้งที่ท่านรู้อยู่แล้วย่อมเป็นการละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นความผิดอาญามาตรา 157 จำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า จากหนังสือดังกล่าว ส่งผลให้เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2561 นายอำนาจ เอี่ยมสำองค์ ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ ในฐานะกรรมการและเลขานุการกรรมการสรรหาอธิการบดี ได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดมทร.พระนคร เรื่องขอเลื่อนการแถลงนโยยาย แผนการบริหารจัดการและแผนพัฒนามหาวิทยาลัย โดยจะแจ้งกำหนดการจัดแถลงนโยบายฯ หลังการประชุมสภามหาวิทยาลัยวันที่ 10 ตุลาคม 2561

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า สำหรับมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นส่วนราชการที่เข้าข่ายต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ที่นอกจากมรภ. และ มทร. แล้ว ก็ยังมีมหาวิทยาลัยรัฐอีก 11 แห่ง ได้แก่ 1.มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (มกส.) 2.มหาวิทยาลัยนครพนม(มนพ.) 3.มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.)
4.มหาวิทยาลัยนเรศวร(มน.) 5.มหาวิทยาลัยมหาสารคาม(มมส) 6.มหาวิทยาลัยรามคำแหง(ม.ร.)
7.มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช(มสธ.) 8.มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี (มอบ.) 9.สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(สพบ./นิด้า) 10.สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และ11.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.)

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า โดยในส่วนของรศ.ดร.ประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีนิด้า ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งอธิการบดีซึ่งมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 กันยายน 2561 ที่ผ่านมา โดยรศ.ดร.ประดิษฐ ให้เหตุผลที่ลาออกว่า เพราะจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2561 และมีความต้องการต่ออายุราชการอีก 5 ปี เพื่อทำวิจัยและสอนหนังสือ ซึ่งตามระเบียบของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) กำหนดไม่ให้ผู้ที่ต่ออายุราชการรับตำแหน่งทางบริหาร ขณะที่ตนเหลือวาระการดำรงตำแหน่งอธิการบดีอีกเพียง 7 เดือนเท่านั้น หากครบกำหนดก็ไม่สามารถดำรงตำแหน่งต่อได้ เพราะเป็นอธิการบดีนิด้ามาแล้ว 2 วาระ ดังนั้นยืนยันที่ลาออกไม่เกี่ยวกับประเด็นปัญหาอธิการบดีจากผู้เกษียณ