กรณีที่ชาวบ้านจ.ปราจีนบุรี รวมตัวกันสอบถามพระครูวาปีศีลคุณ เจ้าอาวาสวัดวาปีรันตนาราม เนื่องจากไม่พอใจที่เจ้าอาวาสให้คนมาเลื่อยไม้ตะเคียนภายในวัดเพื่อซ่อมแซมหลังคาศาลาที่ถูกต้นประดู่ล้มทับ ที่ให้เลื่อยไม้ตะเคียนเพราะเห็นว่ามีผุบ้างบางจุดตามกาลเวลาโดยเลื่อยออกมาได้เนื้อไม้ขนาดกว้าง 60 ซม. ยาว 6 ม. และเศษไม้อีกจำนวนหนึ่ง 15-20 ชิ้น แต่ญาติโยมไม่พอใจจึงรวมตัวกันมาสอบถามที่มาที่ไป พร้อมตำหนิเจ้าอาวาสวัดที่ทำร้ายจิตใจญาติโยมด้วยว่ามักมากราบไหว้ขอโชคลาภตามความเชื่อจากต้นตะเคียนและจี้ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าคณะอำเภอ ตลอดจนสำนักงานพระพุทธศาสนาให้เอาผิดเจ้าอาวาสเมื่อปลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ล่าสุดนายอำเภอ ลงพื้นที่รับฟังเรื่องร้องเรียนจากประชาชน และนัดให้มารับฟังการตัดสินของคณะสงฆ์ในวันนี้ โดยมีนายวัลลภ ประวัติวงศ์ นายอำเภอ เป็นประธานและพระครูรัตนสุทธิคุณ เจ้าคณะอำเภอกบินทร์บุรี และคณะสงฆ์ อีก 6 รูป ร่วมรับฟังการชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้นั้น
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นายชัยอนันท์ อิ่มเจริญ หน.ป่าไม้ที่ 5 ทุ่งโพธิ กล่าวว่า ไม้ตะเคียนนี้ ไม่ใช่ไม้หวงห้ามจำพวกที่ 1 เป็นไม้จำพวก 2 ลำดับที่ 50 ที่จัดอยู่ทั่วไปที่สามารถขึ้นได้ทุกสถานที่ ซึ่งได้มีกฎหมายระบุว่า ไม้ชนิดนี้อยู่ในที่ดินของผู้ใดที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีต้นตอจริง ถือว่าเป็นทรัพย์สินของเจ้าของที่ดินแปลงนั้นๆ การที่เจ้าของให้ผู้หนึ่งผู้ใดเป็นสิทธิชอบธรรม การที่เจ้าของมอบให้วัดเป็นสิทธิและอำนาจหน้าที่ของเจ้าอาวาสที่จะสามารถทำอะไรก็ได้ไม่มีความผิด ไม้ต้นนี้ไม่ได้อยู่ในป่าจึงไม่เข้าข่ายความผิดใดๆ ชาวบ้านที่ร้องหมดความสงสัย แต่ยังไม่หายข้องใจในอำนาจหน้าที่ของเจ้าอาวาสวัด ทางคณะสงฆ์ได้ชี้แจงให้ทราบว่าเจ้าอาวาสมีอำนาจในการตัดสินใจด้วยตัวเองโดยที่ไม่จำเป็นต้องแจ้งคณะกรรมการวัด มัคนายกในบางเรื่องและสามารถแต่งตั้งกรรมการวัดถอดถอนกรรมการวัดได้ตลอดเวลา ประธานฝ่ายสงฆ์โดยพระครูรัตนสุทธิคุณ จึงได้ให้ตัวแทนคณะสงฆ์ชี้แจงว่าไม้ตะเคียนที่ได้เลื่อยไปแล้วนั้นจะให้ทางวัดได้จัดตั้งคณะกรรมการวัดใหม่แล้วเสร็จก่อน แล้วให้หารือกันว่าจะทำอย่างไรกับไม้ที่ได้เลื่อยไว้แล้ว ข้อสรุปดังกล่าวไม่มีใครโต้แย้งหรือไม่พอใจ จึงแยกย้ายกันกลับบ้าน



