เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรณีมีกระแสข่าวชาวบ้านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเก็บรักษาโบราณวัตถุที่พบขณะบูรณปฏิสังขรณ์หอระฆังวัดพระยาทำวรวิหาร และอาจมีโบราณวัตถุบางส่วนหายไปนั้น ขอชี้แจงว่า ในขั้นตอนการขุดฐานรากอาคารเพื่อเตรียมการเสริมความมั่นคงก่อนการปรับยกหอระฆัง โดยขุดชั้นดินลึกลงไปประมาณ 1.30 เมตร พบว่ามีการประดับตกแต่งส่วนฐานหอระฆังด้วยเศษกระเบื้องเคลือบจีน และพบชิ้นส่วนปูนปั้นประดับส่วนล่างของอาคาร จึงได้บันทึก และเก็บหลักฐานตามกระบวนการทางโบราณคดี โดยบันทึกข้อมูลที่พบ ถ่ายภาพ ทำแผนผัง ภาพลายเส้น สำหรับโบราณวัตถุที่พบส่วนใหญ่เป็นเศษชิ้นส่วนที่ใช้ประดับหอระฆัง เช่น ฐานประดับ กระเบื้องเคลือบ ประติมากรรมปูนปั้นประดับกระเบื้องเคลือบ กระเบื้องเคลือบลายเทพนมบนพื้นลายพันธุ์ไม้ เครื่องเคลือบเขียว-น้ำตาล (ถ้วยปลา) เครื่องเคลือบเขียว-น้ำตาล (ถ้วยปู) กระเบื้องเคลือบลายคราม กระเบื้อง เคลือบลายมังกร เครื่องเขียนสีบนเคลือบ ไม่พบว่ามีพระเครื่อง เนื่องจากหอระฆังเป็นอาคารโปร่งอยู่นอกเขตพุทธาวาส
นายอนันต์กล่าวอีกว่า จากการขุดตรวจพื้นภายในหอระฆัง พบว่ามีการอัดพื้นด้วยดิน เศษอิฐ ซึ่งไม่พบว่าเป็นลักษณะของกรุพระตามที่เป็นข่าว ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้จัดทำบัญชีประเภทโบราณวัตถุไว้อย่างชัดเจน โดยระบุตำแหน่งชิ้นส่วนกระเบื้อง พร้อมให้เลขหมายไว้บนชิ้นส่วนกระเบื้องแต่ละชิ้น แยกเก็บหลักฐานตามตำแหน่งพื้นที่ที่พบ
กรมศิลปากรขอยืนยันว่าได้เก็บรักษาโบราณวัตถุทั้งหมดไว้ตามหลักวิชาการอย่างละเอียดรอบคอบ และเคร่งครัด



