เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นพ.อาวุธ ศรีศุกรี เลขาธิการกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) ร่วมกับพญ.บุญมี สถาปัตยวงศ์ ประธานคณะอนุกรรมการจัดสอบคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษากสพท และนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) แถลงข่าวการรับนักศึกษาเข้าศึกษาในหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต ของ กสพท.ในระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2562 รอบที่ 3 การรับตรงร่วมกัน
นพ.อาวุธ กล่าวว่า ตามที่ กสพท ได้เข้าร่วมการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง หรือ ทีแคส ประจำปีการศึกษา 2562 โดยรับรอบ 3 การรับตรงร่วมกัน ซึ่งที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) จะเป็นหน่วยงานกลางในการรับสมัครผ่านทางเว็บไซต์ของ ทปอ. โดยกำหนดเทียบให้ กสพท เสมือนเป็น 1 มหาวิทยาลัยที่มี 49 สาขาวิชาภายใต้ กสพท และกำหนดให้แต่ละสาขาวิชา เป็น 1 ใน 6 อันดับ ของทปอ. ที่ผู้สมัครสามารถเลือกได้ตามที่ ทปอ. กำหนด สำหรับการคัดเลือกรอบ 3 รับตรงร่วมกัน โดยผู้สมัครที่เลือกสาขาวิชาที่เข้าร่วมการคัดเลือกกับ กสพท ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของ กสพท ได้เข้าสอบวิชาเฉพาะกับ กสพท และได้สอบวิชาสามัญกับ สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ทั้งนี้ กสพท. ได้รับมอบอำนาจจากคณะแพทยศาสตร์ 16 สถาบัน คณะทันตแพทยศาสตร์ 8 สถาบัน คณะสัตวแพทยศาสตร์ 9 สถาบัน และคณะเภสัชศาสตร์ 10 สถาบัน
พญ.บุญมี กล่าวว่า สำหรับคุณสมบัติพื้นฐานของผู้สมัคร ส่วนใหญ่เป็นไปตามเดิม แต่เน้นผู้สมัครไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาเกินชั้นปีที่ 1 ในมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาของรัฐ ยกเว้นได้รับการอนุมัติให้ลาออกจากการศึกษาก่อนวันที่ 19 ตุลาคม 2561 และผู้ที่คาดว่าจะจบการศึกษาระดับอุดมศึกษาในปีการศึกษา 2561 และไม่มีปัญหาสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ
ส่วนขั้นตอนการคัดเลือก ดังนี้ เปิดรับสมัครสอบวิชาเฉพาะของกสพท ทางอินเตอร์เน็ต วันที่ 10-31 ตุลาคม 2561 เสียค่าสมัครสอบจำนวน 800 บาท ผู้สมัครสามารถชำระเงินได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2561 สมัครสอบและเข้าทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) ประมาณวันที่ 2-3 มีนาคม 2562 กสพท จัดสอบวิชาเฉพาะ วันที่ 9 มีนาคม 2562 ประกาศคะแนนวิชาเฉพาะ ประมาณวันที่ 25 มีนาคม 2562 สมัครสอบ 9 วิชาสามัญ และชำระเงินค่าสมัครสอบ สทศ. วันที่ 16-17 มีนาคม 2562 ยื่นคำร้องขอตรวจสอบคะแนนวิชาเฉพาะ 25-27 มีนาคม 2562 ประกาศผลสอบโอเน็ต ปีการศึกษา 2561 วันที่ 31 มีนาคม 2562 ผู้สมัคร กพสท. จะสมัครผ่านระบบทีแคส ในรอบ 3 รับตรงร่วมกันและชำระเงินตามจำนวนวิชาที่เลือก วันที่ 17-29 เมษายน 2562 ทปอ.ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบสัมภาษณ์และตรวจสุขภาพ วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 สอบสัมภาษณ์/ตรวจสุขภาพ วันที่ 10-14 พฤษภาคม 2562 โดย กสพท ส่งรายชื่อผู้ผ่านสัมภาษณ์ ไปให้ทปอ. วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 และทปอ.จะประกาศรายชื่อผู้ผ่านสอบสัมภาษณ์วันที่ 17 พฤษภาคม 2562
“สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกปีการศึกษา 2562 คือ คะแนนโอเน็ต รวม 5 กลุ่มสาระ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม คะแนนรวมต้องเท่ากับหรือมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นเงื่อนไข แต่ไม่นำมาคิดคะแนน โดยวิชาสามัญที่จัดสอบโดย สทศ. แบ่งได้ ดังนี้ วิทยาศาสตร์(ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา) 40% คณิตศาสตร์1 20% ภาษาอังกฤษ 20% ภาษาไทย 10% และสังคมศึกษา 10% ได้เท่ากับหรือมากกว่า 30% ของคะแนนเต็มในแต่ละกลุ่มสาระวิชา และวิชาเฉพาะ เป็นการทดสอบศักยภาพในการเรียนรู้ ได้แก่ ความสามารถในการจับใจความ คิดวิเคราะห์ เชื่อมโยงความเป็นเหตุผล การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการประเมินแนวคิดทางจริยธรรม” พญ.บุญมี กล่าว
พญ.บุญมี กล่าวต่อว่า สำหรับสนามสอบวิชาเฉพาะปีการศึกษา 2562 มี 8 สนามสอบ ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร จ.สงขลา จ.ชลบุรี จ.เชียงใหม่ จ.พิษณุโลก จ.นครราชสีมา จ.ขอนแก่น และ จ.อุบลราชธานี อย่างไรก็ตามขอให้ผู้เข้าสอบตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเฉพาะคุณสมบัติผู้เข้าสอบ การเตรียมเอกสาร ข้อมูลต่างๆ ที่ www9.si.mahidol.ac.th/
สำหรับคณะ/วิทยาลัยแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ และเภสัชศาสตร์ ที่เข้าร่วมคัดเลือกกับ กสพท มีจำนวน 49 คณะ มีจำนวนรับ 2,644 ที่นั่ง โดยแบ่งเป็น คณะแพทย์ 1,335 ที่นั่ง คณะทันตแพทย์ 324 ที่นั่ง คณะสัตวแพทย์ 405 ที่นั่ง และคณะเภสัช 580 ที่นั่ง จำแนกเป็น คณะแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) 20 ที่นั่ง, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 182 ที่นั่ง, จุฬาฯ-กรมการแพทย์ทหารอากาศ กองทัพอากาศ 30 ที่นั่ง, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) 55 ที่นั่ง, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) 65 ที่นั่ง, มหาวิทยาลัยนเรศวร(มน.) 30 ที่นั่ง, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มศว.) 180 ที่นั่ง, มหาวิทยลัยสงขลานครินทร์ 40 ที่นั่ง, มหาวิทยาลัยบูรพา(มบ.) 30 ที่นั่ง, มหาวิทยาลัยสยาม 15 ที่นั่ง
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล(มม.) 154 ที่นั่ง, คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มม.-วิทยาลัยมหิดล-วิทยาลัยการแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 20 ที่นั่ง, คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มม. 262 ที่นั่ง, วิทยาลัยแพทยศาสตร์ ม.รังสิต(โรงพยาบาลราชวิถี) 50 ที่นั่ง, วิทยาลัยแพทยศาสตร์ ม.รังสิต (โรงพยาบาลเลิดสิน) 15 ที่นั่ง, คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช 70 ที่นั่ง, วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า (เพศชาย) 57 ที่นั่ง, วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า (เพศหญิง) 38 ที่นั่ง, สำนักวิชาการแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 10 ที่นั่ง และ สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) 12 ที่นั่ง
คณะทันแพทยศาสตร์ จุฬาฯ 80 ที่นั่ง, มม. 83 ที่นั่ง, มช. 24 ที่นั่ง, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(ม.อ.) 20 ที่นั่ง, มศว. 55 ที่นั่ง, มข. 15 ที่นั่ง, มธ. 30 ที่นั่ง, มน. 17 ที่นั่ง,
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ 150 ที่นั่ง, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์(มก.) 100 ที่นั่ง, มข. 30 ที่นั่ง, มช. 25 ที่นั่ง, มม. 40 ที่นั่ง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร 10 ที่นั่ง, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม(มมส) 10 ที่นั่ง, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ตะวันออก 30 ที่นั่ง, มทร.ศรีวิชัย 10 ที่นั่ง
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ(สาขาวิชาการบริการทางเภสัชกรรม) 75 ที่นั่ง, จุฬาฯ(สาขาวิชาเภสัชกรรมอุตสาหการ) 80 ที่นั่ง, มม.120 ที่นั่ง, มช. 65 ที่นั่ง, มศว. (สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม) 20 ที่นั่ง, มศว.(สาขาวิชาเภสัชกรรมอุตสาหการ) 20 ที่นั่ง, มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม) 10 ที่นั่ง, มธ. 45 ที่นั่ง, มมส 10 ที่นั่ง, มบ. 100 ที่นั่ง, มหาวิทยาลัยสยาม (สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม) 15 ที่นั่ง และ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 20 ที่นั่ง

