‘สุภัทร’ชงข้อมูล 23 ม.ให้’บิ๊กจิน’ ผ่าน ‘หมอธี’ เผย 10 แห่งถูกฟ้องปมอธิการฯเกษียณ ตุลาการศาลปกครองกลางชี้แม้คำพิพากษาของศาลปค.สูงสุดกรณีมรภ.กาญจน์ ผูกพันเฉพาะคู่กรณี แต่เป็นบรรทัดฐานให้มรภ.ทุกแห่งปฏิบัติตาม เตือนเซ็นอนุมัติจัดซื้อจัดจ้าง เสี่ยงโดนฟ้องขาดคุณสมบัติ
กรณีนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) มอบหมายให้สภามหาวิทยาลัยรัฐ เฉพาะที่เป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นส่วนราชการแก้ไขปัญหากรณีที่มีอธิการ/รักษาการอธิการบดี ที่สภาแต่งตั้งอายุเกิน 60 ปี โดยขอให้ยึดคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดเป็นบรรทัดฐานที่ได้วินิจฉัยกรณีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) กาญจนบุรี ว่าอธิการบดีมหาวิทยาลัยรัฐที่เป็นส่วนราชการ จะมีอายุเกิน 60 ปีไม่ได้ โดยล่าสุดพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลศธ. ได้กำชับผ่านนพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ.ว่าให้เร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยให้วางแนวทางแก้ปัญหาระยะยาวที่ถูกต้องและมีกฎหมายรองรับ และนพ.อุดม มอบหมายให้สภาปรับแก้ระเบียบให้ชัดเจนว่าผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นอธิการบดี ต้องอายุไม่เกิน 60 ปีนั้น
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม นายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า จากที่พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไปดูในสองเรื่องคือ ภาพรวมมหาวิทยาลัยทั้งหมด 82 แห่ง แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยรัฐ 58 แห่ง มหาวิทยาลัยในกำกับหรือมหาวิทยาลัยนอกระบบ 24 แห่ง อธิการบดีแต่ละแห่งเป็นอย่างไรบ้าง มีปัญหาหรือไม่ และวิเคราะห์ข้อกฎหมาย ทั้งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ร.บ.จัดตั้งมหาวิทยาลัยของแต่ละแห่ง พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ ฯลฯ เพื่อนำข้อมูลการเปรียบเทียบทั้งหมดเสนอให้นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ. และพล.อ.อ.ประจิน รับทราบนั้น ในส่วนแรก ตนได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจากข้อมูลขณะนี้มหาวิทยาลัยรัฐที่มีอธิการบดีที่อายุเกิน 60 ปี มีทั้งหมด 23 แห่ง ถูกร้องเรียนประมาณ 10 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการแต่งตั้งอธิการบดีที่อายุเกิน 60 ปี โดยได้เสนอรายละเอียดทั้งหมดให้นพ.ธีระเกียรติ เพื่อนำเสนอพล.อ.อ.ประจิน พิจารณาแล้ว
นายสุภัทร กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่พล.อ.อ.ประจิน ให้ไปดูข้อกฎหมายต่าง ๆ เพื่อดูเจตนารมณ์แต่ละข้อที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งอธิการบดีนั้น เบื้องต้นได้มีการพิจารณากฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่พบว่าข้อมูลเอกสารที่มีอยู่นั้น ยังไม่มีเพียงพอที่จะสามารถสรุปได้ ดังนั้นจะต้องไปขอข้อมูลเพิ่มเติมจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อตรวจสอบเจตนารมณ์ของแต่ละมาตรา โดยเฉพาะมาตราที่มีปัญหา ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าต้องใช้เวลาอีกเท่าไร อย่างไรก็ตาม ตนย้ำว่า ระหว่างที่พิจารณาข้อมูลในส่วนนี้ ขอให้ทุกอย่างดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา
“ขณะนี้ยังไม่มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติมมาที่สกอ. และผมก็ไม่อยากให้เกิดข้อร้องเรียนขึ้น เพราะจุดมุ่งหมายการคัดเลือกอธิการบดี เพื่อต้องการหาคนเก่งมาทำงาน ขณะเดียวกันเรื่องอายุแม้จะไม่ได้เป็นตัวกำหนดเรื่องความสามารถ แต่บางมหาวิทยาลัย ก็กำหนดอายุผู้เข้ารับการสรรหาอธิการบดีไว้ เช่น ต้องเป็นผู้ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปี แต่ไม่ได้บอกว่าสูงสุดเท่าไร บางแห่งกำหนดอายุราชการตอนเข้าสู่ตำแหน่ง แต่ส่วนใหญ่จะไม่กำหนดอายุในการสิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง ซึ่งหากได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีตอนอายุ 59 ปี วาระละ 4 ปี จะสามารถเป็นอธิการบดีได้จนถึงอายุ 63 ปี ยกเว้นการพ้นจากตำแหน่งตามพ.ร.บ.มหาวิทยาลัย เช่น เสียชีวิต ลาออก เป็นบุคลคลล้มละลาย ดังนั้นถ้าใครไม่เข้าเกณฑ์นี้ ก็ต้องอยู่ในเกณฑ์การพ้นวาระการดำรงตำแหน่ง”นายสุภัทรกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายการวิทยุศาลปกครอง โดยนายเทอดพงศ์ คงจันทร์ ตุลาการศาลปกครองกลาง ในฐานะรองโฆษกศาลปกครอง ได้ออกอากาศเรื่อง “อายุไม่เกินเท่าไหร่ถึงจะเป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยได้” ทาง https://youtu.be/me9M-yjuOEM เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2561 โดยสรุปความ (นาทีที่ 20 เป็นต้นไป)ได้ว่า กรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาว่าอธิการบดี/รักษาการอธิการบดีที่มาจากบุคคลภายนอกจะอายุเกิน 60 ปีไม่ได้ ผูกพันเฉพาะคู่กรณี ก็จริงอยู่ แต่การที่ศาลปกครองสูงสุดได้วินิจฉัยว่าบุคคลภายนอกอายุเกิน 60 ปีไม่สามารถดำรงตำแหน่งอธิการบดี/รักษาการอธิการบดี ได้ เป็นคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดที่เป็นการวางบรรทัดฐานทางกฎหมายเป็นการทั่วไป กรณีของมหาวิทยาลัยราชภัฏทุกแห่ง ไม่ว่าเป็นผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี/รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยใด แต่ถ้ามาจากบุคคลภายนอกและอายุเกิน 60 ปี เมื่อยังไม่ได้เป็นคดีความในศาลปกครอง ก็ไม่เป็นไร แต่ความไม่ถูกต้อง ความขัดต่อกฎหมายในการดำรงตำแหน่งได้ปรากฏขึ้นแล้วโดยผลแห่งคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีนี้ เพียงแต่ไม่ใช่คู่ความ จึงไม่ได้ถูกเพิกถอนให้พ้นจากตำแหน่งเท่านั้น
นายเทอดพงศ์ กล่าวต่อว่า แต่ถ้าต่อไป มีการฟ้องร้องเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่งเรียกร้องค่าเสียหาย คดีอาญาและคดีปกครองเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของอธิการบดี/รักษาการอธิการบดีในวันข้างหน้า ศาลย่อมจะหยิบยกข้อกฎหมายที่ศาลปกครองสูงสุดได้เคยวินิจฉัยในคดีนี้แล้ว มาเป็นบรรทัดฐานว่าบุคคลภายนอกที่อายุเกิน 60 ปีดำรงตำแหน่งอธิการบดี/รักษาการอธิการบดีไม่ได้มาใช้ในคดีเหล่านั้น นี่เป็นหลักกฎหมายที่ศาลใช้กัน ดังนั้น ณ วันนี้อธิการบดี/รักษาการอธิการบดีที่มาจากบุคคลภายนอกที่อายุเกิน 60 ปี ถ้าท่านยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป โดยมีการเซ็นอนุมัติไปเรื่อยๆ เช่น จัดซื้อจัดจ้าง เพราะเห็นว่าคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดผูกพันเฉพาะมหาวิทยาลัยนั้นๆ ไม่เกี่ยวกับตน แต่ขณะที่เซ็นนั้น ศาลปกครองสูงสุดได้เคยวินิจฉัยหลักกฎหมายไว้แล้วว่าทำไม่ได้ แล้วไปทำ เกิดวันข้างหน้า มีใครเอาเรื่องนี้ไปฟ้องคดีอาญาว่าท่านขาดคุณสมบัติเรื่องอายุในการดำรงตำแหน่งอธิการบดี/รักษาการอธิการบดีแล้วไปเซ็นอนุมัติจัดซื้อจัดจ้างทั้งที่ขาดคุณสมบัติ นี่เป็นประเด็นข้อกฎหมายที่ควรคิดต่อไปว่าแม้ท่านไม่ใช่คู่กรณี แต่ท่านทำได้หรือไม่ เพราะท่านดำรงตำแหน่งโดยที่ท่านขาดคุณสมบัติมาแล้ว
https://youtu.be/me9M-yjuOEM

