นางสาววัลลา เรือนไชยวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยว่า สพฐ. จัดโครงการสามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬาของ กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 โดยมีพิธีเปิดไปเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยกิจกรรมวันนี้เป็นวันที่ 3 ซึ่งเป็นวันที่นักเรียนในโครงการสานฝันฯ และห้องเรียนกีฬาทัศนศึกษาดูงาน ที่ ศูนย์ประชุมและฝึกอบรมวิชาชีพ วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี ซึ่งมีกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ กิจกรรมการเรียนรู้บรรเทาสาธารณภัย นักเรียนจะได้เรียนรู้การเข้าฐานปฐมพยาบาล ฐานขับขี่ปลอดภัย ฐานอัคคีภัย ฐานอุบัติภัยทางถนน ฐานแผ่นดินไหว และฐานเครื่องจักรกลอุปกรณ์กู้ภัย บรรยากาศของงานสามัคคีสัมพันธ์ฯ วันนี้เป็นฐานกิจกรรมการเรียนรู้บรรเทาสาธารณภัย ซึ่งถือว่าทุกคนได้ลงมือปฏิบัติและนำกิจกรรมดีๆ แบบนี้ถ่ายทอดไปยังนักเรียนทุกคนเพื่อให้นักเรียนได้รับโอกาส และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้เมื่อเจอเหตุการณ์จริง โดยนักเรียนจะได้เรียนรู้ทุกกิจกรรมด้วยตัวเองและลงมือปฏิบัติ
“โครงการนี้ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและเครือข่าย ถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ อาทิเช่น หุ่นสำหรับการเรียนรู้ CPR มีมากถึง 150 ตัวถือว่า สามารถลงบันทึกกินเนสบุ๊คได้เลยถือว่าเป็นการเรียนการสอนที่การช่วยเหลือผู้ป่วย CPR ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ขณะเดียวกัน กิจกรรมที่ดีแบบนี้จะมีขึ้นทุกวันตลอด 5 วัน โดยแต่ละวันจะมีกิจกรรมไม่ซ้ำกันเพื่อให้เด็กๆ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างหลากหลาย นอกจากนี้ในวันที่ 5 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของงานเด็กๆ จะได้รับฟังโอวาทจาก พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะจัดขึ้นที่อิมแพคเมืองทองธานี นับว่าในการจัดกิจกรรมในแต่ละครั้ง จะมีวัตถุประสงค์ของการดำเนินโครงการ 3 ข้อ คือ เรื่องของการเรียนรู้ศาสตร์พระราชา เพื่อให้เด็กได้น้อมนำศาสตร์พระราชาไปใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงมีโอกาสได้ไปศึกษาแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญต่างๆ หลังจากนั้นจะได้แข่งกีฬาถือว่าเป็นการแข่งขันกีฬากระชับมิตรนักเรียนทั้งโครงการมาจาก 21 โรงเรียน จาก 2 โครงการ คือโครงการสานฝันห้องเรียนกีฬา และโครงการห้องเรียนกีฬา อีกทั้งยังได้แลกเปลี่ยนพหุวัฒนธรรมเพราะนักเรียนในโครงการมาจากหลายพื้นที่ทางเหนือกลางอีสานใต้ และมาอยู่ร่วมกันได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนกัน ซึ่งการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ สพฐ. ทุ่มเทกำลังแรงกายแรงใจอย่างเต็มที่โดยเฉพาะทางเขตพื้นที่การศึกษา โรงเรียนในเขตของกรุงเทพมหานคร นนทบุรีและปทุมธานี ได้ทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อจะดูแลเด็กๆ ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข” นางสาววัลลา กล่าว




