สมาร์ทสคูลž ด้วย บัตร น.ร.ž ไอเดียเด็ก ป.3 สู่เวที WICO

10.10.18 | 15:54 น.

แนวคิดโรงเรียนแบบ Smart School มีการพูดถึงมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม กำลังพัฒนาแนวคิดนี้ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน 4 ด้าน ด้วยนวัตกรรม The IoT Smart School ไอเดียจากนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 3 ประกอบด้วย ด.ช.วรัญญู กิตติถาวรกุล ด.ญ.นิชดา จักรไพวงศ์ และ ด.ญ.วินิทรา สถิตย์วิริยะกุล ผ่านการสนับสนุนจากศูนย์นวัตกรรมโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม จนสามารถคว้ารางวัลเหรียญทองในการประกวดแข่งขันนวัตกรรมนานาชาติ ประจำปี 2561 (WICO) ณ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ มาได้อย่างภาคภูมิใจ

อาจารย์จีระศักดิ์ จิตรโรจนรักษ์ หัวหน้าศูนย์นวัตกรรม โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายประถม เล่าว่า ปัญหาหลัก 4 อย่างที่นักเรียนพบเจอ ได้แก่ 1.การต่อคิวเข้าออกหน้าโรงเรียนเพื่อแตะบัตรเข้าออกโรงเรียนในทุกๆ เช้า จะแออัดและมีแถวที่ยาวมาก หากนักเรียนมาใกล้เวลาเข้าโรงเรียน จะเสียเวลาตรงจุดนี้หลายนาที 2.ระหว่างวัน พ่อแม่ผู้ปกครองมักอยากทราบว่าเด็กๆ เข้าเรียนหรือยัง หรือทำกิจกรรมใด อยู่บริเวณใดภายในโรงเรียน 3.นักเรียนต้องแบกกระเป๋าหนังสือหนักๆ กลับบ้าน และทำหนังสือหายเป็นประจำ 4.ขณะเลิกเรียน ผู้ปกครองไม่ทราบชัดเจนว่านักเรียนมารอหน้าประตูหรือยัง ทำให้เสียเวลาในการขับรถมาจอดรอ ส่งผลให้การจราจรติดขัดหน้าโรงเรียน

เพื่อช่วยให้ปัญหาเหล่านี้ลดลงหรือหมดไป จึงได้มีการระดมสมองเพื่อคิดค้นและพัฒนาต้นแบบระบบ The IoT Smart School ขึ้น ด้วยแนวคิด Intelligence of Things (IoT) และเพื่อให้เป็นโรงเรียน Smart School ต้นแบบ พร้อมทั้งส่งผลงานจากไอเดียของน้องๆ เข้าประกวดในโครงการแข่งขันนวัตกรรมนานาชาติ ประจำปี 2561 (WICO) ณ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ จนเป็นหนึ่งในผลงานที่คว้ารางวัลชนะเลิศเหรียญทอง จากจำนวน 21 ประเทศที่เข้าร่วมแข่งขัน

Smart School ควรเริ่มจากนำ Smart เล็กๆ หลายๆ อย่างมารวมกัน เทคโนโลยี IoT ชิ้นนี้สามารถทำงานได้จริง เหลือเพียงแค่การจัดทำระบบสนับสนุน โรงเรียนเชื่อว่าเด็กๆ มีศักยภาพ มีจินตนาการ เพียงแต่ไม่มีเวที หน้าที่เราคือหาเวทีให้ ส่งเสริมให้งานที่คิดค้นขึ้นมาเป็นจริงให้ได้Ž อาจารย์จีระศักดิ์กล่าว

ด้าน นายรุ่งโรจน์ กิตติถาวรกุล ผู้อำนวยการสำนักบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ปรึกษาทีม The IoT Smart School กล่าวว่า เทคโนโลยีที่นำมาใช้เรียกว่า RFID (Radio Frequency Identification) คือการแยกแยะระบุสิ่งต่างๆ โดยใช้คลื่นวิทยุ ซึ่งประกอบด้วยอุปกรณ์ 2 ชิ้น ได้แก่ RFID Tag และ RFID Reader หลักการทำงานคือ ฝัง RFID Tag ไว้กับบัตร Smart Card นักเรียนทุกคนซึ่งมีอยู่เดิมแล้ว พร้อมๆ กับติด RFID Reader ไว้ตามตำแหน่งต่างๆ ที่ต้องการใช้งาน ระบบ Smart Access แค่เดินผ่านเครื่องก็จะรู้ นักเรียนจะสามารถเดินเข้าโรงเรียนได้ทันทีโดยไม่ต้องค้นหาบัตรมาแตะกับเครื่องอ่าน ลดปัญหาแถวที่ยาวหน้าโรงเรียน และการค้นหาบัตรในกระเป๋านักเรียน, ระบบ Smart Tracking หากผู้ปกครองต้องการทราบว่านักเรียนอยู่บริเวณใดก็สามารถทราบพิกัดได้ทันที ป้องกันปัญหาอาชญากรรมหรืออันตรายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น, ระบบ Smart Locker ทุกวันนี้กระเป๋าของเด็กๆ หนักหลายกิโลกรัม ตู้สำหรับเก็บสมุดหนังสือจะช่วยให้กระเป๋าของเด็กๆ เบาขึ้น และผู้ปกครองรู้ว่าหนังสือเล่มใดอยู่ที่ล็อกเกอร์บ้าง และระบบ Smart Pickup จะช่วยให้ผู้ปกครองรู้ว่าเด็กๆ มารออยู่หน้าประตูด้านไหนของโรงเรียน ลดการจราจรติดขัดหน้าโรงเรียนเพราะต้องมาจอดรถรับ โดยผู้ปกครองสามารถดูระบบดังกล่าวผ่านแอพพลิเคชั่น

Advertisement

เป็นการนำปัญหาทั้งหมดมารวมเป็นชิ้นเดียว โดยการทำให้บัตรนักเรียนเป็นมากกว่าบัตรนักเรียน ที่จากเดิมใช้เพียงแค่แตะบัตรเข้า-ออกโรงเรียน ทำให้ระบบบัตรที่มีอยู่แล้วทำงานได้เต็มศักยภาพ ประหยัดเวลา และถือเป็นมิติใหม่ของการบริหารจัดการโรงเรียนแบบ Smart School อย่างแท้จริง

ด.ช.วรัญญู กิตติถาวรกุล
ด.ญ. นิชดา จักรไพวงศ์

 

ด.ญ. วินิทรา สถิตย์วิริยะกุล

 

นายรุ่งโรจน์ กิตติถาวรกุล

อาจารย์จีระศักดิ์ จิตรโรจนรักษ์