เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) กรุงเทพมหานคร มีมติแต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษา ในตำแหน่งที่ว่าง ประจำปี 2561 ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) 50 ราย แบ่งเป็น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 1 กรุงเทพมหานคร (สพม.เขต1 กทม.) และ สพม.เขต 2 กทม. จำนวน 45 ราย และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กรุงเทพมหานคร จำนวน 5 ราย ว่า เรื่องแต่งตั้งผู้อำนวยการโรงเรียนนั้น พาดหัวข่าวใหญ่โตไม่ต่างกับข่าวโผทหาร ตำรวจ ที่คนให้ความสนใจอย่างมาก อย่างไรก็ตามตนขอแสดงความยินดีกับทุกคน แต่อยากจะขอปรามไว้ก่อนว่านโยบายของตน โดยเฉพาะเรื่องการรับนักเรียนยังคงเหมือนเดิม คือ ต้องเป็นธรรม โปร่งใส ไม่มีการเรียกรับเงิน กรณีรับเด็กเงื่อนไขพิเศษก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยขอให้กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย เรียกรับเงิน 4 แสนบาท แลกกับการรับเด็กเข้าเรียนชั้น ม.1 ปีการศึกษา 2560 ที่ผ่านมา เป็นกรณีตัวอย่าง
“ส่วนการคัดเลือกที่มีกระเเสวิจารณ์ ว่าบางคนมาจากโรงเรียนขนาดกลางมาอยู่ในโรงเรียนขนาดใหญ่ เท่าที่ผมตรวจสอบและได้รับรายงาน พบว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ที่ผ่านมามีข่าวโจมตีมีบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามประสาของคนที่ไม่ได้ อย่างกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ผลการคัดเลือกออกมาก็เป็นที่ยอมรับ เพราะนายโสภณ กมล อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบางปะกอกวิทยาคม ที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการ ก็มีผลงานเป็นที่ยอมรับจากคนทำงานด้วยกัน และคณะกรรมการโรงเรียนพึงพอใจตรงนี้ ก็ต้องให้ความยุติธรรม แต่ที่ผมอยากปรามไว้ก่อนเพราะคนที่อยู่ตำแหน่งนี้มีความรับผิดชอบสูง นอกจากที่คัดกันมารู้ว่ามีความรู้ ความสามารถ แต่นโยบายผมเรื่องรับนักเรียน ปีการศึกษา 2562 นี้ต้องสุจริต อย่าให้มีเรื่องที่คนจะครหากันว่าอยากไปเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนใหญ่ ๆ จะได้รับเงินสะพัด เพราะจะมีการเรียกผลประโยชน์ซึ่งผมได้กำชับเรื่องนี้ผ่าน นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ไปแล้ว ตอนนี้ก็ขอปรามผ่านสื่ออีกทางด้วย” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว
นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อว่า สำหรับเกณฑ์การรับนักเรียน ปีการศึกษา 2562 ได้กำชับว่าหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่ออกมา จะต้องไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเหมือนกับปีที่ผ่านมา กลุ่มศิษย์เก่าที่มีสิทธิอะไรที่เคยได้ควรจะมีอยู่ ขณะที่ ถ้าจะมีการปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ใหม่ ๆ ก็ต้องคิดให้รอบคอบ เช่น ให้โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สามารถสอบก่อนได้คือเรื่องหนึ่ง แต่ก็ต้องคิดถึงเด็กที่ไม่มีโอกาสได้เข้ามาสอบด้วย ตรงนี้ สพฐ.ก็กำลังดูแลอยู่
“มีการวิจารณ์ว่าเกณฑ์เปลี่ยนทุกปีทำให้ผู้ปครองสับสนไม่ควรเปลี่ยนบ่อย ผมได้ย้ำเเล้วว่าอย่าเปลี่ยนจนทำให้เขาเสียสิทธิ หรืออาจจะเพิ่มสิทธิใหม่เข้ามาได้ แต่อย่าปฏิรูปอะไรจนเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือและประชาชนเขารับไม่ได้ แล้วชาวบ้านพูดว่าเปลี่ยนทุกปีเขาก็พูดถูก” นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

