‘อรรถพล-วีระกุล’เดินหน้าจัดแผนใช้หนี้องค์การค้าฯ จ่อขาย-เช่าที่ดิน

18.10.18 | 18:28 น.

กรณีนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) หาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินองค์การค้าโดยมีหนี้เร่งด่วนที่ต้องชำระคือ ค่ากระดาษและค่าจ้างพิมพ์ประมาณ 1,300 ล้านบาท เฉพาะดอกเบี้ยเดือนละ 5 ล้านบาท และมีรายจ่ายเงินเดือนพนักงานเดือนละ 40 ล้านบาท ขณะที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ตัดโควต้าการจัดพิมพ์หนังสือเรียนขององค์การค้าฯ เหลือ 70% เบื้องต้นนายอรรถพลจึงหารือร่วมกับผู้บริหารองค์การค้าของสกสค. ก่อนจะได้ข้อสรุปว่าจะศึกษากฎหมายเพื่อทำแผนการถ่ายโอนพนักงานองค์การค้ามายังสกสค. ซึ่งปัจจุบันองค์การค้ามีพนักงาน 1,200 คน นอกจากนี้มีแนวคิดจะยกเลิกสัญญากับร้านค้าตัวแทน 100 แห่งเพื่อเปิดซื้อขายเสรีแทน ยุบร้านศึกษาภัณฑ์ที่ขาดทุนทั่วประเทศ พร้อมทั้งหาช่องทางผลิตอุปกรณ์สะเต็ม วิทยาศาสตร์ สร้างรายได้ และที่สำคัญสั่งสำรวจทรัพย์สิน ที่ดิน เพื่อขายลดหนี้นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พล.อ.โกศล  ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวมอบนโยบาย ผู้บริหารของสำนักงานคณะกรรมการสกสค. ซึ่งมีผู้อำนวยการสกสค. จังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วม ว่า ตนได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานของสกสค. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการแก้ปัญหาทุจริตที่เกิดขึ้น  ซึ่งขณะนี้คดีความต่าง ๆ มีความคืบหน้าไปมาก  สิ่งที่เห็นขณะนี้คือการทำงานร่วมกันระหว่างองค์การค้าฯ กับสกสค.สำนักงานสกสค.จังหวัด หากมีอะไรที่สามารถช่วยองค์การค้าฯ ได้ก็ขอให้ช่วยกัน เดิมมีความคิดที่จะยุบองค์การค้าฯจริง แต่เมื่อมาดูบริบทการทำงาน และทีมงานที่เข้าไปสร้างระบบใหม่ และทรัพย์สินขององค์การค้าฯ ซึ่งอยู่กับวงการครูมานาน  คิดว่า เป็นเรื่องน่าเสียดาย ที่องค์การค้าฯ จะหายไปจากวงการศึกษา เพราะฉะนั้น ความคิดเรื่องยุบจึงล่มเลิก และคิดว่าจะทำอย่างไรให้องค์การค้าฯ เดินต่อไปได้ ซึ่งตนได้ย้ำให้นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการศธ. ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสกสค. และนายวีระกุล อรัณยะนาค  ผู้ตรวจราชการศธ. ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ ร่วมมือกันทำงานแก้ปัญหา โดยเฉพาะปัญหาเรื่องรายได้ที่ลดลง แต่รายจ่ายยังเท่าเดิม  เงินเดือนเจ้าหน้าที่และพนักงานองค์การค้าฯ เดือนละประมาณ 45 ล้านบาท ซึ่งหากไม่มีจ่ายจะต้องมาขอยืมจากสกสค.หรือไม่ ดังนั้นอยากให้ดูเรื่องบุคลากร ซึ่งสกสค.คนขาด ขณะที่ องค์การค้าฯ คนเกิน ดูว่าจะมีการโยกสลับกันได้หรือไม่  อย่างน้อยช่วยลดรายจ่ายของทั้ง 2 องค์กร ขณะที่ปัญหาการพิมพ์ขององค์การค้าฯ ที่ผ่านมา  พบว่า หน่วยงานในสังกัดศธ. ไม่ค่อยใช้บริการจ้างองค์การค้าฯ ดังนั้นนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ.จึงขอความร่วมมือ หน่วยงานในสังกัดศธ. ใช้บริการองค์การค้าฯ เพิ่มขึ้น ซึ่งทางองค์การค้าฯ ก็จะต้องประเมินศักยภาพตัวเองให้เหมาะสมด้วย อย่าทำให้ใครผิดหวัง

“นพ.ธีระเกียรติ ได้มอบนโยบายให้กับนายวีระกุลไปแล้ว ว่าจะพัฒนาโรงพิมพ์องค์การค้า จากโรงพิมพ์ 0.4 เป็นโรงพิมพ์ 4.0 ให้ได้ ด้วยการบริหารคนบริหารเครื่องจักร โดยให้ไปหาผู้เชี่ยวชาญมาดูว่า เราควรจะต้องปรับปรุงส่วนใดบ้าง รวมถึงให้พัฒนาอีบุ๊ก ซึ่งสำคัญมาก ในอนาคต องค์การค้าฯต้องก้าวไปข้างหน้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องช่วยกัน   อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ  การบริหารจัดการทรัพย์สิน โดยเฉพาะที่ดินขององค์การค้าฯ ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก ทำอย่างไรจะทำให้ที่ดินเหล่านี้มีมูลค่าขึ้นมา  ส่วนต้องต้องนำไปใช้หนี้ โดยแนวคิด ถ้าขาย ก็ต้องขายทั้งแปลง ไม่แบ่งขาย ในลักษณะที่จัดสรร เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหากินหัวคิว “พล.อ.โกศลกล่าว

พล.อ.โกศล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีความคืบหน้า กรณีที่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการฝากขายหนังสือเรียนกับองค์การค้าฯ จำนวน 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่รวมดอกเบี้ยแล้ว โดยได้มีการไกล่เกลี่ยกันถึง 6 ครั้ง ที่สุดทางบริษัท ล็อกซเล่ย์ ยอมตามเงื่อนไขที่สกสค. เสนอคือ ไม่คิดดอกเบี้ย 200 กว่าล้านบาท และขอให้นำหนังสือที่ยังเหลืออยู่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 165 ล้านบาทคืน  สุดท้ายองค์การค้าฯ เหลือยอดหนี้กับบริษัท ล็อกซเล่ย์ ประมาณ 1,100 กว่าล้านบาท  ซึ่งทางองค์การค้าฯ จะต้องชำระให้บริษัท ล็อกซเล่ย์ เดือนละ 5 ล้าน  เป็นเวลา  6 ปี ซึ่งได้เริ่มผ่านชำระไปบ้างแล้ว ตรงนี้เป็นปัญหาใหญ่ที่อยู่ในองค์การค้าฯ ซึ่งยุคนี้ไม่ได้สร้างหนี้ แต่เข้ามาแก้ไขปัญหา

นายอรรถพล กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินงานของ สกสค.ประกอบด้วย 2 ลู่ คือ ซ่อมอดีตและสร้างอนาคต โดยการซ่อมอดีตได้มีการสำรวจงานค้างทั้งหมดจากใต้โต๊ะ เอามาไว้บนโต๊ะและจัดระบบสะสางซึ่งจากการสำรวจงาน พบว่า ปัญหาที่ซ่อนอยู่ใต้พรมมีมากกว่าที่เรารับรู้ ขณะเดียวกัน จะมีการสร้างอนาคตไปพร้อม ๆ กัน เช่น จะตั้งศูนย์สวัสดิภาพครูไทยขึ้นที่ส่วนกลาง และอาจจะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วด้วย ครูถูกรังแก ครูมีความรู้สึกไม่ปลอดภัยต่อชีวิตก็สามารถมาพึ่งศูนย์นี้ได้ ซึ่งขณะนี้ในทุกจังหวัดมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอยู่แล้ว ดังนั้นสกสค.จังหวัดจะเป็นเครือข่ายของศูนย์ใครมีปัญหาก็มาพึ่งได้ และจะมีการสร้างรูปแบบการบริการเหนือความคาดหมาย เป็นนโยบายนำ ให้ครูที่มาใช้บริการพึงพอใจ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมที่ใช้ทุน กิจกรรมใดที่มีผลกระทบต่อวงแคบไม่ทำ แต่จะทำกิจกรรมที่เป็นภาพรวมใหญ่ เงินทุกบาทต้องใช้อย่างมีคุณค่า หลีกเลี่ยงการลงทุนต่างๆ เน้นการบริหารจัดการก่อนซึ่งการดำเนินการต่างๆจะมีมาตรการกำกับ ทั้งนี้ สกสค.จังหวัดทุกแห่งต้องไปทำแผนมาเสนอภายในวันที่ 8-10 พฤศจิกายนนี้ สกสค.จะเกาะติดภายใน 3 เดือนหรือให้เห็นผลภายในเดือนมกราคม 2562 ต้องเห็นผลการเปลี่ยนแปลง

Advertisement

“ส่วนการบริหารจัดการหนี้ขององค์การค้าฯ ก็จะดูเรื่องการแปลงทรัพย์สินเป็นทุนซึ่งมีหลายตัวเลือก เช่น เรื่องที่ดินก็ต้องทำโฉนดให้เรียบร้อย เพราะบางแปลงยังไม่มีโฉนด  และเท่าที่ดูที่ดินขององค์การค้าฯ หลายแปลงเป็นที่ดินผืนใหญ่ และอยู่ในทำเลธุรกิจ ซึ่งมีมูลค่าค่อนข้างมาก โดยแนวทางบริหารจัดการอาจจะ เปิดให้เช่าที่ดิน  นำไปลงทุนด้านด้านอื่น ๆ  ส่วนการขายจะเป็นทางเลือกสุดท้าย  ส่วนกรณีข้อเสนอให้ปิดหรือยุบร้านศึกษาภัณฑ์ฯ ที่ไม่ทำกำไรนั้น ให้องค์การค้าฯ ไปดูภาพรวม ซึ่งเบื้องต้น พบว่า ร้านศึกษาภัณฑ์ ที่ทำกำไรเพียงสาขาเดียว คือสาขาลาดพร้าว  ส่วนสาขาอื่น หากตรวจสอบแล้วไม่คุ้มทุนก็อาจจะต้องหยุดหรือให้คนอื่นทำ ส่วนบุคลากรก็จะใช้วิธีบริหารจัดการให้ไปทำงานอื่นที่เหมาะสม เวลานี้องค์การค้าฯจะมีอิสระแบบเดิมไม่ได้ ยังไงก็ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของ สกสค.”นายอรรถพล กล่าว