องค์การค้าฯ รับปิด ‘ศึกษาภัณฑ์ ราชดำเนิน’ ชั่วคราว

19.10.18 | 17:08 น.

องค์การค้าฯ แจงปิดศึกษาภัณฑ์ ราชดำเนินชั่วคราว สหภาพฯ ซัดข่าวยุบศึกษาภัณฑ์กระทบองค์การค้า ล่าสุดซัพพลายเออร์ไม่กล้าวางบิล ร้านค้าตัวแทนหนีซบโรงพิมพ์จุฬาฯ

กรณีนายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) หาแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินองค์การค้าโดยมีหนี้เร่งด่วนที่ต้องชำระคือ ค่ากระดาษและค่าจ้างพิมพ์ประมาณ 1,300 ล้านบาท เฉพาะดอกเบี้ยเดือนละ 5 ล้านบาท และมีรายจ่ายเงินเดือนพนักงานเดือนละ 40 ล้านบาท ขณะที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ตัดโควต้าการจัดพิมพ์หนังสือเรียนขององค์การค้าฯ เหลือ 70% เบื้องต้นนายอรรถพลจึงหารือร่วมกับผู้บริหารองค์การค้าของสกสค. ก่อนจะได้ข้อสรุปว่าจะศึกษากฎหมายเพื่อทำแผนการถ่ายโอนพนักงานองค์การค้ามายังสกสค. ซึ่งปัจจุบันองค์การค้ามีพนักงาน 1,200 คน นอกจากนี้มีแนวคิดจะยกเลิกสัญญากับร้านค้าตัวแทน 100 แห่งเพื่อเปิดซื้อขายเสรีแทน สั่งสำรวจทรัพย์สิน ที่ดิน เพื่อขายลดหนี้ และยุบร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ที่ขาดทุนทั่วประเทศ โดยล่าสุดจะมีการย้ายร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ราชดำเนินกลาง ไปอยู่ในดินขององค์การค้าฯ ถนนราชบพิธนั้น

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการศธ. ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. กล่าวว่า ตนขอย้ำวันขณะนี้สกสค. หรือกระทั่งองค์การค้าฯ ไม่ได้คิดจะเอาคนออก แต่บางจุดอาจต้องมีการหมุน อย่างร้านศึกษาภัณฑ์ฯ ที่มีปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง ก็ต้องตรวจสอบว่า เกิดเพราะอะไร องค์การค้าฯ ต้องหาสาเหตุและแก้ปัญหาให้ตรงจุด อย่างไรก็ตามในส่วนของการตรวจสอบปัญหาทุจริตนั้น ส่วนตัวตั้งใจว่า จะตรวจสอบในสกสค. ก่อน ส่วนองค์การค้าฯ เชื่อว่าทางผู้อำนวยการองค์การค้าฯ จะเข้าไปดูแลปัญหาต่าง ๆ อยู่แล้ว

นายวีระกุล อรัณยะนาค ผู้ตรวจราชการศธ. ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้า ของ สกสค. กล่าวว่า ในส่วนของร้านศึกษาภัณฑ์ สาขาถนนราชดำเนินกลางนั้น ถือเป็นการปิดชั่วคราว ไม่ใช่การปิดถาวร สาเหตุเพราะผู้ที่ให้เช่าแจ้งปรับปรุงอาคารในพื้นที่ดังกล่าว รวมถึงที่ตั้งของร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ สาขาราชดำเนินกลางด้วย คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปี เมื่อปรับปรุงเสร็จแล้ว องค์การค้าฯ จะย้ายมาเปิดในพื้นที่เดิม และยืนยันว่า ไม่ปิดร้านศึกษาภัณฑ์สาขานี้แน่นอน เพราะเป็นศึกษาภัณฑ์ร้านแรกที่เกิดมาเป็นประวัติศาสตร์คู่กับองค์การค้าฯ โดยปัจจุบันองค์การค้าฯ เช่าพื้นที่ ดังกล่าว ประมาณ 7,000 ตารางเมตร เสียค่าเช่าเดือนละ 900,000 บาท แต่หากปรับปรุงเสร็จแล้ว ทางองค์การค้าฯ จะได้รับสิทธิในการพิจารณาเป็นผู้เช่ารายแรก ซึ่งเราขอลดพื้นที่ลงเหลือ 800-1,000 ตารางเมตร ราคาเดือนละ 700,000-800,000 บาท ซึ่งประเมินแล้วว่า เพียงพอต่อการค้าขายในอนาคต อย่างไรก็ตามในส่วนของบุคลกรสาขาดังกล่าว มีทั้งหมด 60 คน ทางองค์การค้าฯ ได้เตรียมแผนกระจายคนไปในสาขาต่าง ๆ รวมถึงไปยังร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ สาขาราชบพิธ ในช่วงเดือนเมษายน ปี 2562 และเตรียมรำลึกร้านศึกษาภัณฑ์ สาขาราชดำเนินกลาง ประมาณเดือนมีนาคม 2562 ทั้งนี้ตนยืนยันว่า จะไม่ใช้วิธีแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่องขององค์การค้าฯ โดยวิธีการเอาคนออกอย่างแน่นอน

นายนิวัติชัย แจ้งไพร ประธานสหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา กล่าวว่า ทางสหภาพฯ กำลังรอดูท่าทีการบริหารงานในระดับนโยบาย ซึ่งยอมรับว่า ข่าวที่ออกมาส่งผลกระทบทำให้องค์การค้าฯ ขาดความเชื่อมั่นพอสมควร โดยเฉพาะกรณีที่ทาง ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสกสค. ออกมาระบุว่า อาจต้องมีการยุบเลิกร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ที่ไม่สร้างกำไร ทำให้ซัพพลายเออร์ หลายแห่งซึ่งองค์การค้าฯ สามารถเครดิตสินค้าได้ ไม่กล้าวางบิล เพราะกลัวไม่ได้เงินคืน ขณะที่ร้านค้าตัวแทนบางรายเริ่มหนีไปทางโรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แบ่งโควต้าจัดพิมพ์หนังสือคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ไปให้ 30% ส่วนนโยบายที่จะยกเลิกสัญญาที่ทำกับร้านค้าตัวแทน ทั้ง 100 กว่าแห่ ง และยกเลิกข้อกำหนดที่ไม่ให้มีการขายข้ามเขต ปลดล็อกให้มีการค้าขายอย่างเสรีนั้น ถ้านโยบายนี้เป็นประโยชน์ต่อองค์การค้าฯ ตนก็เห็นด้วย แต่อยากให้ระวังการดำเนินงานไม่ให้เป็นการไปเอื้อประโยชน์แก่ใคร

Advertisement

“การบริหารงานขององค์การค้าฯ เป็นไปตามข้อบังคับของสกสค. แต่บุคลากร ขององค์การค้าฯ มีกฎหมายแรงงาน ตามพ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 ของกระทรวงแรงงานคุ้มครอง ดังนั้นการปลดหรือยุบองค์การค้าฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องเสนอให้บอร์ดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาตามขั้นตอน ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น องค์การค้าฯ ไม่ได้เป็นผู้กระทำ แต่มีการเอื้อประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่มบางพวก มีกระบวนการไม่สามารถผลิตหนังสือได้ 100% เพื่อเจียดงานไปให้เอกชน แล้วมาแจ้งว่า องค์การค้าฯ ทำไม่ทัน ทำไม่ได้ ทั้งที่เครื่องจักรของเรามีศักยภาพระดับหนึ่ง เพียงแต่ขาดการบำรุงรักษา” นายนิวัติชัยกล่าวและว่า ขณะที่ ผู้บริหารที่ศธ.ส่งมา แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ตนเองว่า องค์การค้าฯ ควรได้ผู้บริหารที่เป็นนักธุรกิจมาทำหน้าที่บริหารงาน

นายนิวัติชัย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามคิดว่าที่ผ่านมาน่าจะมีกระบวนการล้มองค์การค้าฯ เพื่อไม่ให้มีองค์การค้าฯ ในตลาด และไม่มีการตรึงราคากลาง เพราะเดิมองค์การค้าฯ เป็นเจ้าเดียวที่พิมพ์หนังสือส่วนใหญ่ ของศธ. แต่ช่วงหนึ่งที่มีการเปิดเสรีการแข่งขัน ทำให้เอกชนเริ่มเข้ามามีส่วนแบ่งในการตลาด โดยที่องค์การค้าฯ ทำหน้าที่ตรึงราคา