เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ โครงการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนเพื่อร่วมผลิตบัณฑิตพรีเมียม ระหว่าง บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) กับสถาบันการอาชีวศึกษาและสถาบันอุดมศึกษา รวมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ
นพ.อุดม กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง ศธ. และบมจ.ซีพี ออลล์ เพื่อร่วมกันผลิตบัณฑิตพรีเมียมนับเป็นอีกก้าวสำคัญ เป็นจุดเริ่มต้นในการขยายไปสู่สาขาอื่นๆ ของวิทยาลัยสังกัดสำนักงานคณะกรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กว่า 400 แห่ง ทั้งยังช่วยลดช่องว่างทางการศึกษาแก่คนที่ขาดโอกาสได้เข้าสู่ระบบการศึกษาซึ่งที่ผ่านมา ศธ. ได้พยายามขยายและพัฒนาการเรียนการสอนระดับอาชีวศึกษา ให้มีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล พัฒนาหลักสูตรพรีเมียม เช่น ประสานกับสถาบันโคเซนนำ หลักสูตรมาใช้จัดการศึกษา อย่างไรก็ตาม การพัฒนาจะไม่มีทางสำเร็จหากขาดภาคเอกชน สถานประกอบการมาร่วมสนับสนุน เนื่องจากหลักสูตรพรีเมียมเน้นให้ผู้สำเร็จการศึกษา ต้องมีคุณภาพมาตรฐานสากล มีสมรรถนะตรงกับที่สถานประกอบการ จบการศึกษาสามารถทำงานได้ทันทีไม่จำเป็นต้องไปฝึกปฏิบัติงานใหม่ ซึ่งในหลักสูตรกำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องปฏิบัติงานในสถานประกอบอย่างน้อย 50% ตรงนี้เป็นจุดเด่นของหลักสูตร
“เราต้องการสร้างเด็กที่คิดเป็น วิเคราะห์เป็น และคิดต่อยอดได้ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นโดยผ่านการเรียนจากการลงมือทำงานจริง ในสถานที่จริงซึ่งภาคเอกชน สถานประกอบการจะเป็นกำลังสำคัญที่เข้ามาร่วมพัฒนากำลังคนให้ตอบโจทย์กับความต้องการ รวมถึงครูผู้สอนก็ต้องปรับบทบาท พัฒนาตนเองด้วย ทั้งนี้ โครงการนี้ตอบโจทย์ยกระดับศักยภาพ เศรษฐกิจประเทศและความร่วมมือวนกลไกประชารัฐ”นพ.อุดม กล่าว
ด้าน นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ซีพี ออลล์ ให้ความสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานการศึกษารัฐและเอกชน สามารถจัดการศึกษาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและผลิตกำลังคน ให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ ซึ่งการร่วมกันผลิตบัณฑิตพรีเมียมครั้งนี้ เพื่อการพัฒนาและผลิตบัณฑิตในระดับปริญญาตรี ให้มีคุณภาพสูงและมีศักยภาพตรงตามความต้องการของประเทศ และสถานประกอบการอย่างเป็นระบบ ในหลักสูตรการศึกษาด้านการจัดการนวัตกรรมการค้า,การตลาด,การจัดการธุรกิจค้าปลีก,เทคโนโลยีไฟฟ้า และ ด้านอาหารและเครื่องดื่ม โดยการเรียนรู้และฝึกปฎิบัติในสถานประกอบการจริงในรูปแบบของ Work-Integrated Learning (WIL) ซึ่งจะเริ่มในปีการศึกษา 2562
สำหรับสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วม ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 7 แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่ง มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเจ้าพระยา วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม วิทยาลัยเชียงราย สถาบันเทคโนโลยียานยนต์มหาชัย และวิทยาลัยสังกัด สอศ.

นพ.อุดม คชินทร

นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์

