เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พล.อ.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ศธ. เร่งดำเนินการตรวจสอบปัญหาทุจริตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาหลายเรื่องมีข้อสรุปและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว เช่น กรณีอดีตผู้บริหาร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่นำเงินจำนวนมหาศาลถึง 2,500 ล้านบาท ไปซื้อตั๋วสัญญากับ บริษัท บิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด เพื่อนำไปลงทุนในโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี ทางสกสค.มีการไล่ผู้อดีตผู้บริหารสกสค.ที่เกี่ยวข้องออก และตั้งคณะกรรมการเอาผิดทางละเมิด ขณะที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจรติแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ระหว่างดำเนินคดีอาญา ส่วนสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ไล่ยึดทรัพย์คืนมาได้ 200 กว่าล้านบาท
พล.อ.โกศล กล่าวต่อว่า กรณี อดีตผู้บริหารสกสค.นำเงินไปซื้อหุ้น บริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัด ในโครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชน บ้านป่าตอง ต.โพนสว่าง อ.เมือง จ.หนองคาย ในราคาหุ้นละ 25 บาท รวมมูลค่าประมาณ 800 ล้านบาท นั้น เดิมเข้าใจว่า การสร้างโรงงานไฟฟ้าน่าจะไปได้ด้วยดี แต่สุดท้าย ตอนนี้ไม่มั่นใจว่าจะดำเนินการต่อได้หรือไม่ เพราะเจ้าของบริษัทได้ขายหุ้นบางส่วนไปแล้ว เหลือหุ้นอยู่กว่า 10 % ขณะที่ของสกสค.มี 32% ที่ผ่านมามีบริษัทเอกชน จะขอซื้อหุ้นจากเรา แต่ให้ราคาไม่ถึง 25 บาทต่อหุ้นเท่าราคาทุน ดังนั้นตนจึงหารือทีมกฎหมาย ยืนยันว่าไม่สามารถขายได้ เพราะถ้าขายน้อยกว่าราคาทุน อนาคตอาจทำให้เกิดขึ้นสงสัยว่าเราเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสีย ทำให้จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถขายหุ้นได้ ซึ่งตนเองก็ไม่มั่นใจว่า โครงการนี้จะไปรอดหรือไม่ โดยได้มอบหมายให้นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการศธ. ในฐานปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสกสค. ให้ติดตามอย่างใกล้ชิด
“โครงการฯนี้ ผมเองก็ไม่มั่นใจว่าจะไปรอดหรือไม่ จะขายหุ้นให้บริษัทเอกชนที่ติดต่อขอซื้อก็ไม่ได้ เพราะเขาขอซื้อน้อยกว่าราคาทุน อนาคตคนใหม่เข้ามาบริหารจะสงสัยได้ว่า มีการซูเอี๊ยกัน ส่วนความคืบหน้า การขายหุ้นคืนให้กับบริษัทหนองคายน่าอยู่ฯ ราคาหุ้นละ 25 บาท ซึ่งมีเงื่อนไขให้ซื้อคืนภายในระยะเวลา 5 ปี แต่ละปีต้องซื้อคืนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนหุ้นที่เหลืออยู่ และต้องจ่ายค่าตอบแทนคืนให้กับสกสค.ในอัตราร้อยละ 5 ของจำนวนเงินที่เหลือจากการจ่ายคืนในแต่ละงวด เป็นเงินประมาณ ปีละ 40 กว่าล้าน เราไดมาแล้ว 1-2 ครั้ง แต่ปีนี้ยังไม่ได้รับเงิน ซึ่งผมก็ได้ย้ำให้ติดตามอย่างใกล้ชิด “พล.อ.โกศลกล่าว
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวต่อด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าการสรรหาเลขาธิการสกสค. ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ และเลขาธิการคุรุสภาตัวจริง ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหา ต้องล้มไปนั้น ล่าสุ ตนได้เสนอนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ไปแล้วว่า อยากให้มีการสรรหาทั้ง 3 ตำแหน่งให้แล้วเสร็จในยุคนี้ เพราะรัฐมนตรีว่าการศธ. เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้คนดี คนที่รักครู ที่ไม่ใช่นักการเมืองเข้ามาเพื่อให้องค์กรอยู่ได้

