เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ร่วมกับภาควิจัยและกิจกรรมการศึกษา จัดงานปาฐกถา “นายสมหวัง พิธิยานุวัฒน์” เนื่องในโอกาสครบรอบ 72 ปี เพื่อแสดงมุทิตาจิตและเผยแพร่องค์ความรู้ทางวิชาการ แลกเปลี่ยนการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบัน โดยมีนิสิตคณะครุฯ ปีที่ 1-5 และคณาจารย์คณะครุฯ และคณะศึกษาศาสตร์ ตลอดจนผู้สนใจเข้าร่วม โดยนายสมหวัง กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ความฉลาดรู้สากล กับ ครูการผลิตและพัฒนาครูคุณภาพ” ตอนหนึ่งว่า ขณะนี้อุดมศึกษาไทย กำลังอยู่ในความเปลี่ยนแปลง เป็นสังคมเสมือนจริง คนโกหกมากขึ้น ปัจจัยการเปลี่ยนแปลงที่ถาโถมมาอุดมศึกษาและการศึกษาของประเทศ ทำให้ระบบการศึกษาต้องเปลี่ยน รวมถึงในการผลิตและพัฒนาครูจากนี้ ต้องสร้างคนที่มีความรู้ระดับสากล มีความสามารถในการวิเคราะห์ เหตุการณ์ หรือพหุวัฒนธรรมที่เกิดในโลกไพรมแดน อย่างมีวิจารณญาณ มีมุมมองที่หลากหลาย
“เวลานี้มีข้อถกเถียงเรื่องการผลิตครูหลักสูตร 4 ปี และหลักสูตร 5 ปี แต่คนที่เถียงก็ไม่รู้ความจริงเพราะตั้งแต่การปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมามีข้อเสนอว่าให้ผลิตครูหลักสูตร 6 ปีเทียบเท่าระดับบัณฑิตศึกษา จบมาได้วุฒิปริญญาโท แต่ยังไม่สามารถทำได้ สุดท้ายจบหลักสูตร 5 ปีในระดับปริญญาตรีเวลานี้กระแสโลกเปลี่ยนแปลง การเข้าถึงแหล่งข้อมูลทำได้ง่าย ไม่ต้องโต้เถียงกันว่า 4 ปี หรือ 5 ปีแต่ยกระดับให้จบป.โทไปเลย เน้นสอนปฏิบัติ และปรับหลักสูตรเป็น 2 ภาษา ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในการเรียนรู้ ตลอดจนให้ความสำคัญในเรื่องการประเมินผลการศึกษาให้มากขึ้นด้วย”นายสมหวังกล่าว
นายสมหวัง กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ในการยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่..) พ.ศ..มีข้อเสนอให้จัดตั้ง “กองทุนผลิตพัฒนาครูอาจารย์” ขึ้น แต่น่าเสียดายไม่มีการบรรจุเรื่องนี้ เพราะมีการคัดค้านทั้งที่เราบอกว่าครูอาจารย์สำคัญที่สุดต่อระบบการศึกษาแต่กลับพบว่าเราขาดการลงทุนอย่างจริงจัง

